ข่าว

ชี้ลอยแอลพีจีต้องขึ้นราคา6บาทสนพ.ศึกษาโครงสร้างใหม่-ชงปรับครั้งละ2บาท

ชี้ลอยแอลพีจีต้องขึ้นราคา6บาทสนพ.ศึกษาโครงสร้างใหม่-ชงปรับครั้งละ2บาท

17 ก.ค. 2553

พลังงานเผยให้สนพ.ศึกษาโครงสร้างแอลพีจี ชี้หากหมดมาตรการตรึงสิ้นก.พ.ปีหน้า ราคาขายปลีกต้องเพิ่มขึ้นเกือบ 6 บาท เสนอทยอยปรับครั้งละ 2 บาทต่อกก. พร้อมปัดข้อเสนอ "มั่น" อุ้มขนส่ง ให้ปตท.ลดราคาดีเซลลิตรละ 1-2 บาท โดยให้คลังเป็นผู้ชดเชย

 แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำนักงานนโยบายและแผนพัฒนาพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ทั้งระบบ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาเปลี่ยนแปลงระบบ หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยเบื้องต้นประเมินว่าจากโครงสร้างใหม่ราคาขายปลีกแอลพีจีจะปรับเพิ่มจาก 18.13 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เป็น 23.82 บาทต่อกก. จากการที่ราคา ณ โรงกลั่นปรับขึ้น 6 บาทต่อกก. จาก 10.8267 บาท มาอยู่ที่ 16.1463 บาทต่อ กก. อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนมากเกินไป จะเสนอให้เป็นลักษณะทยอยปรับขึ้นแบบขั้นบันได หรือ 3 เดือนปรับ 1 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 2 บาทต่อกก.

 สำหรับสถานการณ์ราคาแอลพีจีเฉลี่ยครึ่งหลังของปี 2553 คาดว่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 725 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งสะท้อนราคาน้ำมันที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยประเมินว่าการนำเข้าจะอยู่ที่ประมาณ 132,000-154,000 ตันต่อเดือน ทำให้ภาระการชดเชยอยู่ที่ 1,606-2,486 ล้านบาทต่อเดือน หรือทั้งปี ชดเชยการนำเข้าแอลพีจีประมาณ 23,596 ล้านบาท

 นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะหารือกับ รมว.คลัง เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น  โดยจะเสนอให้ช่วยผู้ประกอบการเป็นรายกลุ่ม ซึ่งภาคขนส่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ควรได้รับการช่วยเหลืออันดับแรก เพราะมีส่วนสำคัญทำให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยจะขอให้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 1-2 บาท โดยกระทรวงการคลังจะชดเชยความเสียหายให้ปตท.

 ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้ราคาน้ำมันไม่ได้อยู่ในระดับสูงมากจนต้องใช้กลไกตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังในการลดราคาน้ำมันดีเซล 1-2 บาทต่อลิตร ให้ผู้ประกอบการภาคขนส่ง แต่หากกระทรวงการคลังต้องการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวก็ต้องหารือกับ ปตท.เอง ซึ่งที่ผ่านมาการหารือกันในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ยังไม่เคยหารือในประเด็นนี้มาก่อน

 ขณะที่นายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผุ้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. กล่าวว่า ปตท.พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อลดผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ภาครัฐควรคัดเลือกกลุ่มที่ควรช่วยเหลือเพราะได้รับผลกระทบจริงๆ