ข่าว

ขอดเกล็ด : ตัดสัญญาณ 'ในห้องเรียน'

ขอดเกล็ด : ตัดสัญญาณ 'ในห้องเรียน'

17 ก.ค. 2553

บ่ายแก่ๆ ในห้องสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. บรรดานักสืบสวนมือดีสวนพลูทั้งชายและหญิงจับกลุ่มถกปัญหาหน้าดำคร่ำเคร่ง กระจอกข่าวเข้าไปแจมถึงได้รู้ว่า มีเพื่อนนักสืบคนหนึ่งเป็นครูสอนเด็กนักเรียนมัธยมกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจไม่รู้จะทำไงดี ก็เพราะเจ้าเทคโนโลยีเจ้ากรรมแบล็

 แต่ละคนงัดเอาประสบการณ์ด้านสืบสวนมาถกเถียงหาบทสรุป จู่ๆ ด.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ หรือดาบเมย์ ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม.ก็โพล่งขึ้นมาแนะนำให้ครูยึดโทรศัพท์มือถือเอาไว้ก่อน พอหมดชั่วโมงเรียนค่อยคืน แต่หลายคนแย้งว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนเดี๋ยวนี้ทำให้ครูอัตราจ้างไม่กล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ดีไม่ดีความซวยจะตกอยู่แก่ครูก็แย่

 ดาบเมย์ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ไอเดียบรรเจิด "ของอย่างนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ" ทุกคนเงียบตั้งใจฟังว่าจะพูดอะไรต่อ "หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง" แต่ทุกคนก็ยังฉงนรอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ พอได้ยินหนทางแก้ปัญหาเท่านั้นแหละ ทำเอาฮาครืนจนห้องสืบสวนแทบแตก

 "เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือไง ตามห้างมีขายเยอะแยะ เครื่องเล็กๆ เอง มีเสาอากาศ 3 เสา ใช้ถ่าย 9 โวลต์ ไม่กี่พันบาทเอง ถ้าอยากจะทำเพื่อเด็กจริงๆ นะลงทุนนิดหน่อย เวลาเข้าสอนก็แอบเปิดเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ไว้ เด็กเล่นบีบีไม่ได้ก็ตั้งใจเรียนแน่"

 ว้าววว !?! ต้องบอกว่าไอเดียสุดเลิศจริงๆ ขนาดสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีระเบิดเกิดขึ้นรายวันยังแก้ไขได้ด้วยเครื่องตัดสัญญาณเครื่องเล็กๆ นี่แค่เด็กนักเรียนในห้องเรียนไม่น่าจะยุ่งยากสักเท่าไร

 ดาบเมย์จบชั้น ม.ศ.5 เอ็นทรานซ์ติดคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แต่ฐานะทางบ้านแค่พอมีพอใช้ ในฐานะพี่คนโตที่ยังมีน้องๆ อีก 6 คนต้องดูแลเลยเสียสละไปเป็นลูกจ้างกรมพัฒนาชนบท ประจวบเหมาะเจอกับอาที่เป็น สวญ.สภ.เทิง จ.เชียงราย ชวนไปสมัครตำรวจและสอบติดโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 7 (นครปฐม) รับราชการครั้งแรกที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร

 ก้าวเข้าสู่วงการนักสืบในชุดเฉพาะกิจ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ มีส่วนร่วมคลี่คลายคดีสำคัญมากมาย ต่อมาชุดเฉพาะกิจถูกยุบเลยมาประจำ สน.บางรัก และย้ายมาอยู่ สตม.จนถึงทุกวันนี้

 ไอเดียดีจริง แต่นักสืบอีกคนยังไม่ได้บอกว่า เพื่อนครูนำไปใช้จริงไหม (555) ?!!