ข่าว

"ชวน"ยืดอกหาก"กกต."รับลูก"เหลิม"

"ชวน"ยืดอกหาก"กกต."รับลูก"เหลิม"

24 มี.ค. 2552

“ชวน” ยืดอก หาก “กกต.” รับลูก “เหลิม” ยื่นเรื่องให้ สอบเงินบริจาคเข้า “ปชป.” ยันไม่กังวล เป็นเพียงข้อกล่าวหา เผย “เทพเทือก” เตรียมข้อมูลแจง “กกต.” จวก “ดีเอสไอ” เลือกข้างตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน หนุน “ก.ยุติธรรม” บูรณาการกระทรวง สอบให้รู้ว่ากระบวนการทำงานของดี

 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศจะยื่นต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ให้พิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากมีเงินบริจาคเข้าพรรคจำนวน 258 ล้านบาทไม่ถูกต้องกฎหมายว่า ความจริงแล้วเรื่องนี้ต้องถามคณะกรรมการบริหารพรรค เพราะตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่เรียนได้ว่าทุกกระบวนการตรวจสอบเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ามีร่องรอยมีเหตุผลมีหลักฐานอะไรที่เห็นว่าพรรคการเมืองใดกระทำผิด อีกฝ่ายหนึ่งจะตรวจสอบก็เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ก็เป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกกล่าวหาจะได้ชี้แจงต่อไป ถ้าข้อกล่าวหานั้นเกิดขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่เกิด เป็นเพียงข้อครหาไม่ไว้วางใจเท่านั้นเอง แต่ตนคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่อยู่ใต้กฎหมายเหมือนพรรคอื่น ถ้ามีประเด็นอะไรที่คิดว่าพรรคทำไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิ์ที่กกต.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบต่อไป ไม่มีอะไรต้องไปกังวล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเทียบเคียงกับในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์เคยถูกร้องเรียนกรณียุบพรรค ตอนไหนหนักกว่ากัน ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบจริง ๆ แต่ตอนที่พรรคไทยรักไทยร้องเพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่ว่าไม่มีเหตุผล เป็นลักษณะการกล่าวหากันและสร้างหลักฐานขึ้นมาเพื่อเป็นประเด็นกล่าวหา แต่ก็เป็นภาระที่ทำให้พรรคต้องชี้แจงอธิบายและมีการสู้คดีในตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องนั้นเราก็ได้รับความเป็นธรรมจากตุลาการรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะที่พรรคเจอด้วยตัวเอง ก็เห็นได้ชัดว่าตุลาการรัฐธรรมนูญมีความเที่ยงธรรม ตามข้อเท็จจริง ไม่ได้เลือกปฏิบัติ เพราะมีการตรวจสอบพวกเราอย่างละเอียด แต่พยานที่บิดเบือนก็ปรากฏหลักฐานมาหมดในการซักพยานในศาลว่ามีการสมคบร่วมกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้เตรียมข้อมูลชี้แจงต่อกกต.อย่างไร นายชวน กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คงเตรียมอยู่แล้ว และตนก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยเรื่องนี้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือพูดคุยกับนายสุเทพ แต่ได้ฟังการอภิปรายฯในสภา โดยได้ฟังนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลังและอดีตเลขาธิการพรรค กับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคและอดีตหัวหน้าพรรค รวมทั้งคนอื่น ๆ อภิปรายฯชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ชี้แจงได้ดีทุกเรื่อง ม่คิดว่าใครจะทำได้ถึงขนาดนี้ ดังนั้นจึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรก็ขอให้รอดูว่า ฝ่ายค้านยังติดใจเรื่องนี้ที่จะร้องเรียนตามที่ประกาศไว้ก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้โดยชอบธรรม เป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องชี้แจงต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สงสัยหรือไม่ว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านอภิปรายมาจากดีเอสไอ. นายชวน กล่าวว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ถ้าถามความรู้สึกก็เชื่อว่าออกมาจากเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่เป็นไร สิ่งที่ต้องดูก็คือระเบียบวินัยของเจ้าหน้าที่จะต้องทำอย่างไร ส่วนเรื่องข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรอย่าไปบิดเบือนก็แล้วกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้ว่าดีเอสไอ.กำลังเลือกข้างใช่หรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจริงรู้มาตั้งแต่ต้น ช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านแล้วว่าเจ้าหน้าที่ในดีเอสไอ. หรือหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม มีทั้งคนที่ซื่อตรงและไม่ซื่อตรงประกอบกันอยู่ และดีเอสไอ. ก็ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ก็มีคนดีและคนประเภทที่ไม่ซื่อตรงก็เป็นที่รู้กัน ดังนั้นคนที่ไม่ซื่อตรงก็สามารถทำบางอย่างที่ไม่ถูกต้องได้

 “ผมเห็นด้วยกับการที่เคยมีคนเสนอให้กระทรวงยุติธรรมบูรณาการ กรมต่าง ๆ ภายในกระทรวง และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ไม่ได้สอบเพื่อปกป้องพรรคการเมือง หรือลงโทษพรรคการเมือง แต่สอบเพื่อให้รู้ว่ากระบวนการทำงานของดีเอสไอ.นั้น มีอะไรที่ต้องระมัดระวัง ว่าทำอะไรถูกหรือผิด ต่อระเบียบวินัยของข้าราชการหรือไม่ ควรจะสอบเรื่องนั้นไม่ใช่สอบว่าข้อเท็จจริงรั่วไปแล้ว จะเสียหายหรือไม่เสียหายกับใคร แต่สอบการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ. ว่าจะต้องยึดหลักอะไร เหตุที่เกิดขึ้นใครเป็นผู้ละเมิดกฎเกณฑ์ดังกล่าว” นายชวน กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าระบอบทักษิณ ยังมีอยู่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วเรื่องนี้คงไม่ใช่ที่จะทำให้หมดไปให้หมดไปง่าย ๆ เพียงแค่ 3 เดือน ความจริงเราเคยเสนอหลาย ครั้งสมัยที่มีการยึดอำนาจว่าต้องพยายามให้ความจริงกับประชาชน อย่าไปบิดเบือนหรือให้ร้ายใคร ขอให้เอาความจริงมาบอกว่าบ้านเมืองกำลังเกิดอะไรขึ้น และข้าราชการนั้นจะเห็นว่าข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ หลายคนก็โดนเรื่องถูกสอบย้อนหลัง ก็เป็นข้อเตือนใจของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายว่าในการปฏิบัติงานในหน้าที่ต้องยึดความเที่ยงตรง ชอบธรรม ซึ่งจะช่วยปกป้องตัวเองไว้ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายชวน เคยระบุว่าอย่าประมาทเงินของพ.ต.ท.ทักษิณ พฤติกรรมเหล่านี้ปรากฏให้เห็นแล้วใช่หรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนคิดว่ารัฐบาลก็มีหน้าที่ติดตามและให้ความจริงกับประชาชนในสิ่งที่ไม่มีอะไรไปกว่าการยึดความถูกต้องของบ้านเมืองเอาไว้