
"แม่-เมีย"ไม่เชื่อ"หรั่ง"เป็นผู้ก่อการร้าย
แม่-เมียและญาติ"หรั่งมือขวา เสธ.แดง ไม่เชื่อ "เป็นผู้ก่อการร้าย" ร้องขอความเป็นธรรมเกรงตกเป็นแพะเหตุไม่มีหลักฐานชัด "แม่" เผยได้คุยโทรศัพท์กับลูกไม่ถึงนาทีบอกให้สู้พร้อมสวดมนต์อ้อนวอนลูกพ้นผิด ขณะที่ "เมีย" อุ้มลูกสาว วัย 26 วัน ยอมรับสามีเป็นการ์ด นป
ความคืบหน้ากรณีตำรวจเข้าจับกุมตัวนายสุรชัย หรือ "หรั่ง" เทวรัตน์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1053/2553 ลงวันที่ 19 พ.ค.2553 ข้อหาก่อการร้ายและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และเป็นอดีตมือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ภายในโรงแรมฟอร์ยู ห้องหมายเลข 17 ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2553 ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 16 ก.ค.53 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 2 บ้านโคกใหญ่ ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านของนายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ พบนางสาวเดือน กาไธสง อายุ 28 ปี ภรรยาของ "หรั่ง" กำลังนั่งไกวลูกสาววัยเพียง 26 วัน นอนอยู่ในเปล ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน ซึ่งมีนางเลี้ยง แสนกล้า อายุ 51 ปี มารดา และญาติพี่น้อง ต่างพากันพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางเลี้ยงและนางสาวเดือนได้ร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายและสามี โดยนางเลี้ยงกล่าวว่า ทราบข่าวลูกชายถูกจับกุมรู้สึกตกใจและเสียใจมาก เพราะไม่เชื่อว่าลูกชายจะก่อเหตุความรุนแรงตามที่ถูกกล่าวหา จนตกเป็นผู้ต้องหาก่อการร้าย ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรง แต่ก็ยอมรับว่าลูกชายได้ออกไปร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง และเป็นการ์ดของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จริง อย่างเช่นคนอื่นๆ
นางเลี้ยง กล่าวทั้งน้ำตาว่า "หรั่ง" เป็นลูกชายคนที่ 4 ในจำนวน 5 คน เป็นชาย 3 หญิง 2 ข้อกล่าวหาลูกชายถูกจับกุม ที่ออกมาตามสื่อต่างๆ ไม่มีทั้งพยานและหลักฐานที่ชัดเจน ที่เชื่อได้ว่าลูกชายเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง ถ้าเป็นความจริงก็ควรที่จะนำข้อมูลหลักฐานมายืนยันชี้แจงด้วย เพราะเกรงว่าลูกชายของตนจะตกเป็นแพะรับบาป จึงอยากจะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ให้ความเป็นธรรมกับลูกชายด้วย เพราะขณะนี้ภรรยาของลูกชาย ก็พึ่งคลอดบุตรได้เพียง 26 วันเท่านั้น
เมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเย็น วานนี้ (15 ก.ค.53) ตำรวจได้ให้ลูกชายได้โทรมาหาตน แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก เพียงบอกว่าถูกจับ ตนก็ได้แต่บอกให้ลูกชายสู้ และบอกอะไรที่เป็นความจริง หากไม่ใช่เรื่องจริงอย่าไปรับ พูดคุยกันแค่นั้น สายก็ตัดไป ตนรู้สึกเป็นห่วงลูก ไม่รู้จะอยู่กินอย่างไร ทุกคนคงเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดี แม้ลูกจะเป็นอย่างไรก็ยังรัก อยากไปเยี่ยมลูก ทุกวันนี้ก็ได้แต่ไหว้พระ สวดมนต์ขอให้ลูกชายปลอดภัย” นางเลี้ยง กล่าว
ด้านนางสาวเดือน กล่าวว่า รู้ข่าวก็เสียใจ อยากให้ทางตำรวจมีหลักฐานยืนยันว่าเขาผิดจริง จึงตั้งข้อหาจับกุม เพราะช่วงที่อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่กับสามีตลอด จะไปขายของใช้จำพวกกิ๊ฟช็อฟกับพี่สาว บางครั้งสามีก็จะมาช่วยขายตามตลาดนัด จนเมื่อประมาณวันที่ 11 เม.ย.53 สามีได้ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยสมัครเป็นการ์ด และเช่าห้องให้ตนพักอาศัย บางวันก็จะไปตามสามีบ้างแต่ไม่บ่อย ส่วนสามีจะไปร่วมมือกับใครหรือรู้จักใครเป็นพิเศษนั้นตนไม่ทราบ และเขาก็ไม่เคยบอก ส่วนใหญ่จะโทรคุยกันมากกว่า เพราะช่วงนั้นตนกำลังท้องแก่ด้วย จากนั้นก็ไม่พบสามีอีกเลย หลังสิ้นสุดการชุมนุม
ขณะที่นายสมนึก แสนกล้า อายุ 45 ปี อาของนายสุรชัย หรือ หรั่ง กล่าวว่า ปกติ "หรั่ง" ไม่ค่อยกลับมาบ้าน นานๆ จะมาสักครั้ง ล่าสุดกลับมาเมื่อต้นเดือน เม.ย.2553 พาเมียมาฝากครรภ์ และก็กลับไปทำงานรับจ้างทั่วไป เป็นคนสนุกสนานร่าเริง อาจจะมีบ้างทะเลาะวิวาท ตามประสาผู้ชาย ส่วนจะไปก่อเหตุร้ายแรงขนาดนั้น ตนไม่เชื่อว่าหลานชายจะทำ เพราะเขาไม่เคยเป็นตำรวจ ทหาร ไม่น่าจะรู้จักการใช้อาวุธสงครามร้ายแรงได้



