ข่าว

ศุภชัยแนะรัฐสร้างทุนมนุษย์เพิ่มขีดแข่งขันระดับโลก

ศุภชัยแนะรัฐสร้างทุนมนุษย์เพิ่มขีดแข่งขันระดับโลก

16 ก.ค. 2553

จากการประชุมวิชาการนานาชาติ “Mega-Trend in Human Capital and Labour Productivity towards Global Integration” เมื่อวันที่ 15-16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงงาน กระทรวงแรงงาน ร่วมกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โดยมี

นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการว่าด้วยการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ Secretary-General of UNCTAD กล่าวบรรยายตอนหนี่งว่า ประเทศไทยยังต้องทำงานหนักมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก เพราะหากดูจากการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันของโลกแล้ว ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 63 ซึ่งต่ำมาก โดยเฉพาะการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีที่ยังขาดความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ โดยมองว่าประเทศไทยหยุดนิ่งอยู่กับที่มาหลายปี ซึ่งหากเปรียบเทียบกับประเทศมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ที่มีอันดับความพร้อมการแข่งขันที่ดีกว่าเรามาก

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องการระดมทุนให้ได้เท่านั้น มองว่านโยบายของรัฐจะต้องเอื้อที่จะทำให้เกิดการโอนถ่ายทุนด้านเทคโนโลยีให้มากขึ้นควบคู่ไปด้วย เพราะที่ผ่านมาการระดมทุนอย่างเดียว ไม่เกิดการโอนถ่ายองค์ความรู้ จึงไม่ได้เป็นการเพิ่มผลิตภาพของแรงงานแต่กลับส่งผลเสียต่อผลิตภาพแรงงานมากกว่า  ซึ่งมันเชื่อมโยงไปถึงปัญหาการใช้จ่ายของคนในประเทศที่ลดลง เพราะไม่สามารถยกระดับทักษะฝีมือแรงงานได้

นายศุภชัย มองว่า แม้ประเทศไทยจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนจะมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่พบว่าตัวเลขจ้างงานที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานที่เปราะบาง โดยมีสัดส่วนถึง 70% ที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งเป็นแรงงานรายได้ต่ำ ไม่มีความมั่นคง ทั้งนี้ หลังจากวิกฤติเศรฐกิจพบว่าโครงสร้างการจ้างงานของประเทศไทยอ่อนแอลง ซึ่งสวนทางกับแนวคิดในการพัฒนาทุนมนุษย์ที่จะสร้างความเข็มแข็งในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ จากผลสำรวจพบว่า แรงงานในอาเซียนที่มีรายได้เฉลี่ย 2 ดอลลาร์ต่อวัน มีเพิ่มขึ้นจาก 50%เป็น 70% และแม้ว่าตัวเลขจีดีพีของอาเซียนจะมีความแข็งแกร่งในระดับเฉลี่ย 6-7% ทว่าการอัตราการเติบโตด้านการจ้างงานอยู่ที่ระดับแค่ 2% เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ดีเท่าไรนัก ซึ่งแม้แต่เวิอลแบงค์  ยังมองว่าบริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของนวัตกรรมที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ส่วนใหญ่ยังเห็นความสำคัญกับแรงงานราคาถูกมากกว่า ส่งผลให้ค่าจ้างไม่เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนระหว่างรายได้จากค่าจ้างที่ต่ำลง ขณะที่ผลกำไรของผู้ประกอบการจะสูงขึ้นมาก

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ท้าทายคือการปรับปรุงผลิตภาพของมนุษย์ให้แข่งขันกับเวทีโลกได้ ซึ่งประสิทธิภาพของทรัพยากรมนุษย์จะเป็นตัวชี้วัด โดยเฉพาะแรงงานที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งกระทรวงแรงงานมีหน้าที่รับผิดชอบ แต่การที่จะให้ทรัพยากรมนุษย์มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันกับเวทีโลกได้ ต้องมีการบูรณาการร่วมกัน โดยเริ่มตั้งแต่พัฒนาการของเด็กในครรภ์ เมื่อเติบโตจะได้เป็นแรงงานที่มีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมารัฐบาลสามารถกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขจีดีพีเพิ่มขึ้นจาก7%เป็น12%และทำให้ปัญหาการว่างงานลดลงเหลือเพียง1% แต่ขณะเดียวกันก็พบปัญหาการขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้นในบางสาขาอาชีพ ซึ่งรัฐบาลได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย