
อภิสิทธิ์พร้อมแจงปปช.ตั้งกษิต-คดีเอสเอ็มเอส
"อภิสิทธิ์" พร้อมแจงป.ป.ช.ทั้งเรื่องตั้งกษิตเป็นรมว.กต.มิชอบและคดีเอสเอ็มเอส
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 16 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการที่นายกรัฐมนตรีถูกยื่นเรื่องร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในกรณีแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.ต่างประเทศ ทั้งที่กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2538 กรณีเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการทำให้การบริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองหยุดชะงัก ว่า ทุกเรื่องที่ตนถูกร้องมานั้น ตนยังไม่เคยได้รับเชิญไปให้ถ้อยคำ แต่ตนจำได้ว่าบางเรื่อง ตนได้เคยชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
เช่น การที่ถูกร้องจากกรณีที่ขอให้บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 3 รายส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่(เอสเอ็มเอส)ไปให้ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น เนื่องจากตอนนั้นเป็นคำถอดถอนที่ฝ่ายค้านยื่นพร้อมกับการขอเปิดอภิปรายไม่ ไว้วางใจ ตั้งแต่ปี 2552 แต่ไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นประเด็น ที่มีการตั้งขึ้นมา เพราะตนยังไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ว่านี้เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมาย หรือทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร
เมื่อถามดูเหมือน ป.ป.ช.ยังติดใจประเด็นที่มีผู้ที่ได้เอสเอ็มเอสแล้วโทรศัพท์ตอบกลับไปยังหมายเลขที่ให้ไว้ ทำให้บริษัทผู้ให้บริการมีรายได้ครั้งละ 3 บาท เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนหรือไม่ ซึ่งทำให้ ป.ป.ช.ต้องไต่สวนเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ แต่ถ้ามีการตั้งประเด็นมา ตนจะชี้แจงไป แต่ตนเข้าใจว่าตอนที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ไปติดต่อพูดคุยขอความร่วมมือนั้น หลักการก็ชัดว่าต้องไม่มีการเอื้อให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งสิ้น ก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับทางบุคคล พร้อมกันนั้นก็ต้องไม่เอื้อธุรกิจด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ จุดประสงค์ของการส่งเอสเอ็มเอสถึงประชาชนในขณะนั้น เป็นความพยายามในการสื่อสารวงกว้างที่สุด เพราะตระหนักตั้งแต่แรกว่าปัญหาความขัดแย้งมีสูงตั้งแต่ในขณะนั้น ซึ่งตนขอเรียนตามตรงว่าถ้าไม่ต้องมาติดขัดตรงนี้ ก็น่าจะได้ใช้การสื่อสารลักษณะนี้เป็นประโยชน์ในหลายเรื่องแล้ว แต่ทุกอย่างก็ต้องว่ากันไปตามกติกา ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้สึกกังวลในเรื่องนี้ เพราะเจตนาของตนและผู้ที่เกี่ยวข้องก็ชัดอยู่แล้ว และระมัดระวังกัน เพราะไม่ต้องการทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว



