
ปลัดยุติธรรมสั่งสอบสำนวนคดีไซฟ่อนเงินรั่ว
ปลัดยุติธรรม สั่งสอบสำนวนคดีเงินบริจาค ปชป.รั่วถึงมือฝ่ายค้าน ด้านหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีไซฟ่อนเงิน ทีพีไอ ยันส่งหลักฐานให้ กกต.ครบ แต่อาจเข้าใจผิด นับไม่ครบเพราะมีแฟ้มหมายเลข 2/1
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีสำนวนคดีไซฟ่อนเงินบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นคดีในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รั่วไหลไปยังบุคคลภายนอก หากเป็นความจริงจะส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงยุติธรรมและ ดีเอสไอ ตนจึงสั่งการให้นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแล ดีเอสไอ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นและกำชับให้รายงานผลมายังกระทรวงยุติธรรมโดยเร็วที่สุด
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นอกจากนั้นยังสั่งการให้กองการเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงจากการถอดเทปคำอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในประเด็นที่เกี่ยวพันกับคดี บริษัท ทีพีไอ เพื่อตรวจสอบอีกทางหนึ่งว่า มีข้อมูลคดีบางส่วนรั่วไหลจริงตามที่มีการกล่าวอ้างจริงหรือไม่ หากมีการกระทำผิดวินัยข้าราชการเกิดขึ้น กระทรวงจะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร รวมถึงในประเด็นข้อกฎหมายที่คณะกรรมการตรวจสอบอาจต้องเข้าไปตรวจรายละเอียดบางส่วนที่มีการนำเสนอต่อสื่อมวลชน ซึ่งการตรวจสอบจะต้องไม่กระทบต่อรูปคดี โดยวิธีการตรวจสอบอาจจะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีมาสอบปากคำ แทนการเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดในสำนวนคดีและหากความลับในสำนวนคดีรั่วไหลจากบุคคลที่เข้าไปตรวจสอบ บุคคลนั้นจะต้องรับผิดทางอาญา
ด้านพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดี ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีไซฟ่อนเงินบริษัททีพีไอ ยืนยันว่า ดีเอสไอได้ส่งสำนวนหลักฐานคดีให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครบถ้วน ข่าวที่ระบุว่าอาจมีสำนวนการสอบสวนบางแฟ้มสูญหายนั้นไม่เป็นความจริง แต่อาจจะเกิดความเข้าใจสับสนเนื่องจากเอกสารปะหน้าระบุว่าสำนวนการสอบสวนทั้งสิ้นรวม 8 แฟ้ม โดยกล่องที่ 1 บรรจุแฟ้มที่ 1-4 และกล่องที่ 2 บรรจุแฟ้มที่ 5-7 ส่วนแฟ้มเอกสารที่ขาดหายไปคือแฟ้มที่ 2/1 จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอ พร้อมจะส่งเจ้าหน้าทื่ไปร่วมเป็นพยานในการเปิดกล่องเอกสารสำนวนคดีที่ได้จัดส่งไปให้กกต.ก่อนหน้านี้



