
มาร์คยันจับหรั่งมิใช่โยนผิดเสธ.แดง
อธิบดีดีเอสไอเผย "หรั่ง" มือขวาเสธ.แดงเอี่ยวยิงพ.อ.ร่มเกล้า พัวพันเหตุก่อการร้าย 8 คดี หลังยุติการชุมนุมหนีลงใต้ดินก่อนนำอาวุธสง ครามเร่ขายในสัตหีบ ถูกสายลับดีเอสไอล่อซื้อ
(16ก.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง และพ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการสอบปากคำนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ ลูกน้องมือขวาพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง
นายธาริต กล่าวถึงเบื้องหลังการเข้าจับกุมตัวนายสุรชัยว่า ดีเอสไอใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการสะกดรอยผู้ต้องหาหลบหนี จนสามารถจับภาพใหญ่ให้ชัดเจนขึ้น กระทั่งรู้ที่พักและเลขที่ห้องพักของผู้ต้องหาในโรงแรม อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของเสธ.แดง และเคยเดินทางไปประเทศจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ในวันที่ 8 มี.ค. 2552 มีการเดินทางผ่านด่านตรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกไปประเทศจีนพร้อมกับกลุ่มนักรบชุดดำฮาร์ดคอร์จริง นอกจากนี้นายหรั่งยังให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ยิงปืนทราโว่ใส่โรงแรมดุสิตธานี เนื่องจากโกรธแค้นที่เสธ.แดงถูกลอบยิง และเชื่อว่าโรงแรมดุสิตธานีให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่ซุ่มยิงเสธ.แดง
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า แนวทางการสอบสวนของดีเอสไอพบว่า นายหรั่งเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้ายอีก 8 คดี ดังนี้ 1 คดียิงเอ็ม 79 ใส่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. มีทหารบาดเจ็บ 4 นาย 2 คดีปะทะที่สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. มีผู้เสียชีวิต 24 ราย เป็นทหาร 5 ราย ประกอบด้วย พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลที่ 2 รักษาพระองค์ , พลทหารสิงหา อ่อนทรง , ส.อ.อนุพันธ์ หอมมาลี , ส.ท.อนุพงษ์ เมืองอำพัน , ส.ท.ภูริวัฒน์ ประพัฒน์ 3 คดียิงอาร์พีจีใส่คลังน้ำมัน 22 ล้านลิตร ที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 4 คดียิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่รถไฟฟ้าบีทีเอสที่แยกศาลาแดง และสีลม เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ทำให้มีผู้เสียชิวิต 1 ราย 5 คดียิงอาร์พีจีใส่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 6 คดียิงเอ็ม 79 ใส่สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 7 คดียิงเอ็ม 16 ใส่ตำรวจที่ตั้งด่านหน้าธนาคารกรุงไทยแยกศาลาแดง เมื่อวันที่ 7 พ.ค. มีตำรวจเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย และ 8 คดียิงเอ็ม 79 ใส่ด่านตรวจตรงข้ามอาคารอื้อจื่อเหลียง จำนวน 3 ลูก เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 4 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.
นายธาริต ยังกล่าวอีกว่า ภายหลังเหตุการณ์ชุมนุมยุติลง นายหรั่งได้กลายเป็นขบวนการใต้ดิน ดีเอสไอจึงร่วมกับทหารเรือได้ติดต่อล่อซื้ออาวุธปืนจากกลุ่มดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2553 โดยพ.ต.อ.ณรัชต์ ได้เข้าพบกับผู้บังคับการหน่วยนาวิกโยธิน เพื่อจัดชุดล่อซื้ออาวุธสงคราม ซึ่งนายหรั่งกับพวกขนย้ายมาจากการชุมนุม โดยดีเอสไอใช้สายลับนำเงิน 60,000 บาท ไปล่อซื้อซื้อปืนอาก้า 2 กระบอก เครื่องยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 กระบอก ระเบิดชนิดขว้าง 25 ลูกและอาวุธร้ายแรงอีกจำนวนหนึ่งจากนายหรั่งกับพวก ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายผลถึงขบวนการค้าอาวุธของนายหรั่ง ตามแนวทางการสืบสวนที่พบว่านายหรั่งได้ซื้ออาวุธมาจากขบวนการค้าอาวุธในต่างประเทศนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ นอกเหนือจากการอาวุธที่ยึดมาจากทหารด้วย ทั้งนี้ของกลางทั้งหมดหน่วยนาวิกโยธินจะนำมาแถลงข่าวร่วมกับดีเอสไอในวันจันทร์ที่ 19 ก.ค. เพื่อยืนยันว่ามีกองกำลังติดอาวุธทำร้ายประชาชน และเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธร้ายแรง ไม่ใช่การจับแพะ ส่วนคดีที่นายหรั่งให้การว่าเกี่ยวพันกับคดีทำร้ายผู้นำท้องถิ่นนั้น หลังจากนี้ตำรวจจะเข้ามาขยายผลต่อไป
นายธาริต กล่าวด้วยว่า ในชั้นสอบสวนนายสุรชัยให้การเพียงว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของเสธ.แดง โดยได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยดูแลความปลอดภัยให้กับแกนนำคนสำคัญตลอดการชุมนุม ในวันเกิดเหตุที่เสธ.แดงถูกยิง นายหรั่งยอมรับว่าโกรธแค้นจึงได้ใช้ปืนทราโวที่ยึดมาจากทหารยิงใส่โรงแรมดุสิตธานี แต่การสืบสวนพบว่าเป็นการยิงอาร์พีจี นอกจากนี้นายหรั่งยังรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ยิงอาวุธในเหตุปะทะที่สี่แยกคอกวัว ทั้งนี้ นายหรั่ง ถือเป็นคนร้ายรายสำคัญ ที่ไม่ยอมให้การซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อตัวเอง การสอบสวนของดีเอสไอจึงไม่สามารถใช้คำรับสารภาพของผู้ต้องหาเป็นหลักฐานสำคัญในคดี แต่จะใช้พฤติการณ์และพยานแวดล้อมอื่นที่บ่งชี้ว่านายหรั่งเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในหลายระดับ
ด้านพ.ต.ท.ถวัลย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติเชิงลึกพบว่า นายหรั่งไม่เคยรับราชการ แต่สนใจการใช้อาวุธปืนเป็นพิเศษ เข้ามาอยู่กับเสธ.แดงเป็นเวลา 3 ปี โดยมีเสธ.แดง เป็นครูฝึกอาวุธ นอกจากนี้เสธ.แดง ยังพานายหรั่งพร้อมกองกำลังชุดดำไปเที่ยวเมืองจีน เพื่อเสริมกำลังให้กับการปฏิบัติหน้าที่ในการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในส่วนของกลุ่มชายชุดดำนายหรั่งสนิทสนมกับนายสุกเสก พลตื้อ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ซึ่งทำงานด้วยกันตลอด หลังจากนี้ดีเอสไอจะเร่งสอบสวนถึงเส้นทางการหลบหนีของนายสุรชัยว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐให้การสนับสนุนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ( 16 ก.ค.) พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายสุรชัยไปฝากขังต่อศาลอาญาในเวลา 13.00 น.
อภิสิทธิ์ยันจับหรั่งมิใช่โยนผิดให้เสธ.แดง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจับกุมตัวนายสุรชัยคงมีการขยายผล เราต้องการเจาะเข้าไปเฉพาะกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง ยืนยันว่าคนที่มีการเคลื่อนไหวมีความคิดเห็นที่แตกต่างในขณะนี้ถ้าแยกออกมา ได้จากกระบวนการของการใช้ความรุนแรงได้เมื่อไหร่ทุกอย่างจะง่ายเข้า
เมื่อถามว่าแต่มีการตั้งคำถามว่าเหมือนเป็นการโยนความผิดให้คนตายอย่างพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ได้พูดในลักษณะนั้น น่าจะเป็นเรื่องของภาพรวมมากกว่าเพราะที่ผ่านมาจะมีการพูดประหนึ่งว่า เหตุการณ์ความรุนแรงทั้งหลายมีทั้งการกล่าวหาว่ารัฐไปทำเองบ้าง หรือเป้นฝีมือของกลุ่มอิสระโดยสิ้นเชิงไม่โยงใยกับใคร แต่ความจริงมันไม่ใช่



