ข่าว

อีสานเพื่อไทยใครเอาอยู่ ?

อีสานเพื่อไทยใครเอาอยู่ ?

16 ก.ค. 2553

เรื่องอื่นอาจคนละขั้ว แต่ฤกษ์ดี ”15 กรกฎาคม” ที่ทั้ง ”พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย” จงใจเลือกเอาวันทำบุญและจัดงานสำคัญของพรรค

 เพราะขณะที่ ”ฝั่งค่ายสะตอ“ จัดงานทำบุญพรรค เพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้แด่บรรพบุรุษ

 ชูภาพผนึกเหนียวแน่นของคนในพรรค มีอดีตหัวหน้าพรรค แกนนำพรรค มาร่วมกันพร้อมเพรียง

 ซีกตรงข้ามอย่าง ”พรรคเพื่อไทย” ก็ถือโอกาสรวบ ”งานทำบุญคล้ายวันเกิดให้แก่นายใหญ่แม้ว“ ซึ่งปีนี้เป็นวันที่ 26 กรกฎาคม เนื่องจากตรงกับวันอาสาฬหบูชา ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่มีวันเกิดตรงกับวันพระใหญ่

 โดยจัดพร้อมๆ กับงานสัมมนา ส.ส.อีสานของพรรค ในคราวเดียวกัน

 มีหัวขบวนจันทร์ส่องหล้า อย่าง “พายัพ ชินวัตร” ประธาน ส.ส.ภาคอีสาน นั่งเป็นแม่งาน บรรยากาศในช่วงเช้าได้นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป เพื่อจัดพิธีกรรมทางศาสนาที่ที่ทำการพรรค ช่วงบ่ายปรับโหมดเข้าสู่การสัมมนา ส.ส.อีสาน ที่ชั้น 12

 เรื่องหลักๆ ก็มีของแนวทางการบริหารจัดการภายใน ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการเตรียมพร้อมเลือกตั้งในภาคอีสาน

 ท่ามกลางข่าว "อีสานเพื่อไทยแตก” อยู่ในภาวะระส่ำระสาย เหตุขาดแกนนำที่แท้จริงดูแล ขาดปัจจัยลงพื้นที่

 พร้อมๆ กับเกิดคลื่นใต้น้ำที่ไม่พอใจการทำงานของ ”แม่ทัพพายัพ”

 หลังจากมีการเสนอของ ส.ส.อีสานหลายคนที่เห็นตรงกันให้ผุดไอเดียตั้งกรรมการบริหารเงา...

 ซึ่งเป็นที่มาที่ทำให้ ”พายัพ” ในฐานะแม่ทัพอีสานต้องจัดงาน ”สัมมนา ส.ส.พรรคเพื่อไทย” เป็น ”วาระพิเศษ” ในครั้งนี้ขึ้นมา

 แถมยังบังเอิญประจวบเหมาะกับบรรยากาศหงอยและเหงาๆ ของจำนวน ส.ส.ภาคอีสาน ที่มาร่วมงานเพียงแค่ประมาณ 25 คน ในพิธีทำบุญตักบาตร ขณะที่การสัมมนาช่วงบ่ายมี ส.ส.อีสานเข้าร่วมไม่ถึง 50 คน จาก จำนวน 90 คน

 ทำให้ ”พายัพ” ต้องออกมาเปิดใจเปิดปากพูดมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ทำนองแบ่งรับแบ่งสู้ว่า อยากให้ ส.ส.อีสานทำใจรับ ”ท่อน้ำเลี้ยงสะดุด” เพราะการต่อสู้กับความสำเร็จไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความจริงใจ 

 "...มาวันนี้ เรากำลังเดือดร้อน ถูกกดดันสารพัดเหมือนต้นไม้ที่เราได้โตงอกงาม เวลาต้นไม้กำลังดอกออกผล สังเกตได้ว่า ต้นไม้ก็จะถูกความกดดันสารพัด ขาดน้ำ ปุ๋ย แสดงว่าต้นไม้ของท่านทักษิณที่กำลังปลูกไว้กำลังจะเจริญงอกงาม ออกดอกผลอันยิ่งใหญ่ ท่านไม่ต้องตกใจ ถ้าเราใช้น้ำปุ๋ย ต้นไม้ของเราจะไม่ออกดอกออกผล

 ...วันนี้เราต้องยอมรับ ความกดดันทุกด้าน สิ่งที่สำคัญในการต่อสู้กับความสำเร็จไม่ใช่เงินทอง อำนาจ แต่เป็นความจริงใจ ตั้งใจ สามัคคี ที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ผมมั่นใจ อะไรก็ตามสู้ความจริงใจ ความสามัคคีไม่ได้ ความสามัคคีที่มีทิศทาง เป้าหมายอย่างชัดเจน นั่นคือความของสำเร็จของเราในอนาคต” น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

 ก่อนจะฉวยจังหวะเปิดพื้นที่ให้ระบาย โดยให้ ส.ส.ลูกอีสานหัวแข็ง เอ๊ย ที่ออกมาเสียงแข็งหลายคน ไม่ว่าจะเป็น "ไพจิต ศรีวรขาน" ส.ส.นครพนม, "พีระเพชร ศิริกุล" ส.ส.กาฬสินธุ์, "นิรมิต สุจารี" ส.ส.ร้อยเอ็ด ออกมาเคลียร์ใจ

 ก่อนจะจบลงด้วยคำมั่นสัญญาแบบละไว้ในฐานที่เข้าใจ หรือออฟ เรคคอร์ด ว่า “ถ้าใครคอนเฟิร์มว่าไม่ย้ายไปไหน ก็จะได้ความอบอุ่นตามเดิม“

 จริงๆ แล้วปัญหา ส.ส.อีสานในพรรคเพื่อไทยมีปัญหามาแต่ไหนแต่ไร และตัว "พายัพ" เอง ก็โร่ฟ้องพี่ชายมาหลายหน โดยเฉพาะหนหลังสุดถึงกับฮัลโหลทางไกลไปว่า "เอาไม่อยู่แล้ว"

 ส่งสัญญาณให้ "พี่ชาย" เข้ามาล้วงลูกข้ามประเทศ !!!

 ดังนั้นงานวันนี้จึงไม่ใช่แค่ ”พ พายัพ” ที่ต้องจำยอมมาเป็น "กระโถนท้องพระโรง" รับฟังความคิดเห็น ส.ส.เท่านั้น

 หากแต่ “คนไกลที่ดูไบ“ ยังออกโรงต่อสายมาถึงบรรดา ส.ส.แต่ละกลุ่ม เพื่อสำทับอีกรอบว่าจะแก้ปัญหาพร้อม ”ดูแลความอบอุ่น" ให้แบบทั่วถึง ก่อนที่ "อีสานจะแตก" และ "สมองไหล" จนทำให้ไม่ได้ผุดได้เกิดในการเมืองอีกรอบ !!!

 ณยา ใจกาวัง