ข่าว

 จริยธรรมที่สูญหาย

จริยธรรมที่สูญหาย

16 ก.ค. 2553

ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 มีข่าวตำรวจพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมายมากมายจนมีคำถามตามมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับจริยธรรมตำรวจไทย

 ตำรวจทางหลวง 3 นายนำยาเสพติดของกลางไปจำหน่ายเสียเอง ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยักยอกเงินล่อซื้อไปเล่นแชร์ลูกโซ่ ตำรวจอุบลราชธานีเป็นโจรลักรถ ตำรวจขนแรงงานต่างด้าว ตำรวจหึงหวงฆ่าเมียเก่ายิงตัวตายตาม ตำรวจโกรธกิ๊กยิงลูกเลี้ยง ฯลฯ

 ในฐานะที่เป็นองค์กรรักษากฎหมาย มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ตำรวจต้องบริสุทธิ์ผุดผ่อง หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ดำ บางคนอาจจะแค่เทาๆ แม้ไม่สง่างามก็ยังพออะลุ้มอล่วยได้บ้าง

 ตำรวจนครบาลอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจบริหาร มีแหล่งเศรษฐกิจ ย่านการค้า และแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุนทรียรสมากมาย มีผลประโยชน์เกื้อกูลล้นเหลือ

 ส่วนตำรวจภูธรแม้ปัจจัยจะแตกต่างกัน แต่ภายใต้ชุดสีกากีก็มีราคาค่างวดให้ผู้คนยำเกรง

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดูแลข้าราชการตำรวจทั่วประเทศราวๆ 2 แสนนาย มีหน่วยงานในสังกัดมากมาย ตั้งแต่ด้านการศึกษา ป้องกันปราบปราม หน่วยงานเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ไม่เคยมีหน่วยงานว่าด้วยการควบคุมตรวจสอบและประเมินผลด้านจริยธรรม

 จะมีก็แต่จเรตำรวจที่คอยตรวจสอบความประพฤติ และกฎระเบียบว่าด้วยเรื่องวินัยตำรวจ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นการตรวจสอบหลังมีพฤติกรรมไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นแล้ว

 เหมือนวัวหายล้อมคอก ซึ่งไม่ค่อยเห็นผลสักเท่าไร !

 ในอดีตมีตำรวจกระทำผิดอย่างไร เวลาต่อมาก็มีการกระทำผิดเดิมๆ ซ้ำๆ เกิดขึ้นอีก ชี้ให้เห็นว่ากฎระเบียบที่มีไว้คอยกำกับนั้น เอาเข้าจริงก็มีคนปฏิบัติตามไม่มากนัก

 เคยนั่งในร้านอาหารแล้วเห็นตำรวจสวมชุดครึ่งท่อนพกปืนหราเดินเข้ามารับประทานอาหาร หรือไม่ก็นั่งก๊งเหล้าเสื้อผ้าหลุดลุ่ยหน้าแดงก่ำ ปืนตุงอยู่ข้างเอว ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่เหมาะสมและคงผิดวินัย

 แต่ใครจะเอาผิดเขาเหล่านั้น ในเมื่อก็คนเดียวกันนี้แหละที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย และให้คุณให้โทษชาวบ้าน

 ฝากถึงผู้นำสีกากี (ตัวจริง) ที่จะก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้ด้วย ถ้าลำบากนักที่จะตั้งหน่วยงานด้านจริยธรรม ก็ลองหมั่นส่งคนไปตรวจสอบ และอบรมให้ตระหนักถึงคำว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ให้มากเข้าไว้

 ไม่ใช่ต่อหน้านบนอบ แต่ก่นด่าสาปแช่งไล่หลัง ไม่ดีแน่ ?!!

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]