
พท.ฟันธงมาร์คยุบสภาเดือนส.ค.ก่อนศาลยุบพรรค
ส.ส.เพื่อไทยฟันธง "มาร์ค" ยุบสภา เดือน ส.ค. ก่อนศาลยุบพรรค พบพิรุธเร่งโยกย้ายข้าราชการรองบผ่าน มิ่งขวัญ โวสมัยหน้า เพื่อไทย ได้ ส.ส.ทะลุ 250 ที่นั่ง ฟันธงอีสานเกินร้อยละ 90 ส.ส.รุมสับ"พายัพ"บอกทำงานเรื่อยเปื่อย
(15ก.ค.) ว่าที่ร.ต.พงษ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการสัมนาส.ส.ภาคอีสาน ได้วิเคราะห์ประเมินถึงสถานการการเมืองรัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งพบข้อสังเกตนโยบายรัฐบาลที่ดูแล้วเร่งดำเนินการหลายเรื่องอาทิ การประกาศขึ้นเงินเดือนราชการ การเตรียมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ นายทหารให้แล้วเสร็จเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะมีการพิจารณางบประมาณรวมในวาระ 2-3 ผ่านแล้วก็อาจเป็นไปได้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ อาจประกาศยุบสภาฯทันทีช่วงเดือนสิงหาคม ก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่กังวลกับกระแสข่าวการดูดส.ส.อีสาน ส่วนใหญ่ยังมั่นใจในพรรคและนโยบาย ดังนั้นจึงไม่มีใครหนีเราไปแน่
ว่าที่ร.ต.พงษ์พันธ์ กล่าวต่อว่า กระแสข่าวที่อยากให้มีการปรับนายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคส.ส.อีสานออกจากตำแหน่งนั้นไม่มี วันนี้ยังคงเป็นนายพายัพทำหน้าที่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงและเห็นได้จากการสัมมนาวันนี้คือ เราจะเดินหน้ารูปแบบเดียวกับสหรัฐอเมริกา นั่นคือการชูตัวนายกฯเป็นหลัก ไม่ใช่ชูหัวหน้าพรรค ซึ่งในวันนี้พรรคมีแคนดิเดตนายกฯคนต่อไปไว้แล้ว หากรัฐบาลประกาศยุบสภาฯเมื่อใด ไม่เกิน 2 วันเราประกาศหัวหน้าพรรคได้ทันทีเลย ซึ่งวันเดียวกันนี้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้มาบรรยายพิเศษให้ส.ส.รับฟังนั้นต้องยอมรับว่าท่านมีวิสัยทัศน์ดีมาก ไม่ใช่เฉพาะด้านเศรษฐกิจแต่เป็นการมองเศรษฐศาสตร์เชิงมหภาค จากสิ่งที่นำเสนอให้เห็นเป็นนโยบายก็จะรวบรวมเป็นยุทธศาสตร์ กำหนดทิศทาง แนวทางพรรคต่อไป นอกจากนี้ในการสัมนายังมีการแบ่งพื้นที่อีสานเหนือ กลาง และใต้ ในส่วนของความรับผิดชอบแต่ละพื้นที่อยู่ที่ 6-7 จังหวัดต่อพื้นที่
“มิ่งขวัญ”โวสมัยหน้า“เพื่อไทย”ได้ส.ส.ทะลุ250ที่นั่ง
มีรายงานข่างจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า ในช่วงบ่ายของการสัมมนา ส.ส.ภาคอีสาน ซึ่งมี ส.ส.เข้าร่วมฟังกว่า 50 คนโดยนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ”ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย เพื่อก้าวสู่อนาคตอันสดใสของประเทศไทย” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่มาจากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลในภาพรวมทั้งประเทศเพื่อให้ ส.ส.ได้เข้าใจมองเห็นยุทธศาสตร์ในภาคอีสาน โดยหยิบยกที่บางพรรคการเมืองอื่นๆได้ประเมินว่าการเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.ทั่วประเทศไม่เกิน 170 ที่นั่งนั้น เป็นการประเมินจากฐานข้อมูลไม่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้อะไร อาจมองว่าพรรคไม่มีเอกภาพ มีปัญหาและไม่ขับเคลื่อนใดๆ หากพรรคเพื่อไทย ปรับปรุงแนวทางการทำงาน กำหนดยุทธศาสตร์ ออกแคมเปญ รณณรงค์นโยบายหาเสียง และมีการเคลื่อนไหวอย่างมีทิศทางทุกภาคแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น ก็โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.ถึง 250 ที่นั่งก็มีสูง
ทั้งนี้นายมิ่งขวัญยังได้วิเคราะห์ ส.ส.ในภาคตะวันออก ที่พรรคเพื่อไทย มีส.ส. 2 คนจากส.ส.ทั้งหมด 26 คนซึ่งเป็นพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์ กับสีเหลือง แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปทั้งสีเหลืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ต่างมีปัญหา อีกทั้งเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ยังแก้ปัญหามาบตาพุดไม่ได้จะทำให้พรรคมีโอกาสที่จะได้ ส.ส.ในภาคตะวันออกเพิ่มขึ้น รวมถึงในภาคอื่นๆด้วยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งต้องถือเป็นฐานหลักของพรรคเพื่อไทย แม้ว่าจะมี ส.ส.ออกไปอยู่พรรคการเมืองอื่นบ้าง แต่ก็จะต้องไปยึดพื้นที่เอาที่นั่ง ส.ส.กลับคืนมาโดยภาคอีสานน่าจะครองที่นั่งกว่าร้อยละ 90 ซึ่งหากรวมทุกพื้นที่ทุกภาค เป็นไปตามยุทธศาสตร์ มั่นใจว่าจะได้ ส.ส. 250 เสียง
ส.ส.รุมสับ"พายัพ"บอกทำงานเรื่อยเปื่อย
มีรายงานอีกว่า การสัมมนาช่วงหนึ่งนายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสานได้เปิดโอกาสให้ส.ส.ได้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ซึ่งปรากฏว่า ได้มีส.ส.หลายคนลุกขึ้นแสดงความคิดอย่างเห็นอย่างดุเดือด อาทิ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม นายพีรเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธ์ นายนิรมิตร สุจารี ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นต้น โดยส่วนใหญ่ได้เสนอต่อนายพายัพตรงกันว่า ภาคอีสานถือเป็นหัวใจหลักของพรรค ดังนั้นนายพายัพจึงควรให้ส.ส.ภาคอีสานเข้ามามีบทบาท โดยเฉพาะในการบริหาร จัดการ มีส่วนในคณะกรรมการชุดต่างๆของพรรค ไม่ใช่ให้บุคคลที่ไม่เป็นส.ส. หรือเป็นเฉพาะกลุ่มบุคคลใกล้ชิดบางกลุ่มเท่านั้น รวมทั้งมีส่วนร่วมในการคิดนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย และมีส่วนในการเสนอคนลงสมัครเลือกตั้ง โดยนายพีรเพชรได้กล่าวย้ำว่า นายพายัพไม่ควรทำงานแบบรอดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ในฐานะประธานอีสาน ควรต้องฟันธงเลยว่า จะให้ส.ส.อีสานขับเคลื่อนไปอย่างไร โดยเฉพาะในการเตรียมเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งในส่วนของเรื่องตัวผู้สมัคร นโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรค
เมื่อถึงช่วงนี้ นายพายัพ มีสีหน้านิ่งเฉยก่อนกล่าวว่า "ผมก็มาอยู่ในฐานะผู้รับใช้เพื่อทำทุกอย่างในการช่วยให้พวกเราทำหน้าที่ส.ส.ได้เต็มที่ ซึ่งวันนี้ผมก็พอใจที่ส.ส.แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นถึงปัญหาและจุดอ่อนจุดแข็งของภาคอีสานเรา หากมีจุดไหนแก้ไขปรับปรุงได้ก็จะทำเต็มที่"



