
มาร์คเผยดึงบัญญัติ-สุทัศน์ร่วมทีมกม.สู้ยุบพรรค
"อภิสิทธิ์" เผยดึง บัญญัติ-สุทัศน์ ร่วมทีมกม.สู้ยุบพรรค ถาม "จาตุรนต์" เอาอะไรมาพูดเรื่องสองมาตรฐาน สาทิตย์รับปชป. ผ่าน มรสุม มาหลายลูก มั่นใจในข้อเท็จจริงไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมเคารพดุลยพินิจ ศาล ทุกอย่างเดินไปตามปกติ พรรคโชคดีตรงที่ว่าเรามีบุคลา
เมื่อเวลา 16.30น. วันที่ 15 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์และส.ส.ของพรรคว่า ในการประชุมไม่ได้คุยในเรื่องของเรื่องคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท และคดีเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของ กกต.จำนวน 29 ล้านบาท เรื่องหลักเป็นการพิจารณาผู้สมัคร สก.และ สข. แต่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคได้รายงานให้ทราบเบื้องต้นว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับในส่วนของสำนวนคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ก็ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนดวิธีการที่จะเดินหน้าต่อ ส่วนคดีเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองของ กกต.จำนวน 29 ล้านบาท ขณะนี้มีความชัดเจนพอสมควรว่าจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม
“ผมได้มีโอกาสได้คุยกับท่านประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (นายชวน หลีกภัย) ทราบว่าท่านได้ขอให้อดีตหัวหน้าพรรคบัญญัติ บรรทัดฐาน เข้ามาทำงานร่วมกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคด้วย ซึ่งท่านก็ตอบรับ นอกจากนั้นก็ยังมีท่านสุทัศน์ (เงินหมื่น) กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ที่จะเข้ามาช่วยทำงาน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุว่าถ้าไม่มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์แสดงว่ามีการดำเนินการแบบสองมาตรฐาน และถือเป็นการกดดันศาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า คิดว่านายจาตุรนต์น่าจะทราบว่าอะไรจะเป็นสองมาตรฐานหรือไม่มันต้องเป็นพฤติกรรมเดียวกันเสียก่อนถึงจะเปรียบเทียบกันได้ ที่จะมาพูดว่าคนหนึ่งขึ้นศาลอีกคนหนึ่งขึ้นศาลแล้วต้องตัดสินเหมือนกันและเป็นสองมาตรฐานนั้นคงจะไม่ใช่ มาตรฐานทั้งหมดอยู่ที่ว่ามีพฤติกรรมเดียวกัน มีการดำเนินการตัดสินเหมือนกันหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ทราบยังไม่มีข้อกล่าวหาพรรคการเมืองไหนที่มาเกี่ยวข้องกับข้อ กล่าวหาที่พรรคประชาธิปัตย์ใน 2 คดีนี้ ทั้ง หมดยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินไปตามข้อเท็จจริงในคดีและข้อกฎหมาย แต่นายจาตุรนต์จะมาพูดเรื่องสองมาตรฐานๆไม่ทราบว่าเอาอะไรมาเป็นตัวอ้างอิง ที่เทียบเคียง
เมื่อถามว่าขณะนี้มีความพยายามสร้างกระแสว่าควรมีการยุบพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้มีการล้างไพ่ทางการเมืองทั้งหมด หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปฏิเสธ ว่า ไม่ใช่เจตนารมย์ของบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องนี้ ในบทบัญญัติกำหนดว่าพรรคการเมืองต้องบริหารบนกฎกติกา ความโปร่งใส และไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคไหนปฏิบัติตามกฎหมายก็ไม่ต้องถูกยุบ
“แต่ถ้าสมมติว่าพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ ผมก็ไม่ไปเรียกร้องให้ยุบพรรคการเมืองอื่นๆเพื่อจะได้เสมอภาคกัน มันไม่มีเหตุผลถ้าพรรคนั้นๆไม่ได้กระทำผิด แต่ถ้าพรรคไหนกระทำผิดก็ควรจะถูกยุบเท่านั้นเอง จุดยืนมีอยู่แค่นี้เราอย่าไปสับสน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“สาทิตย์”ชี้ปชป.ผ่านมรสุมหลายลูกมั่นใจไม่ผิด
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีการหารือเรื่องคดียุบพรรคด้วยหรือไม่ว่า มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคในช่วงเช้าได้หารือใน 3 เรื่อง คือ การอนุมัติผู้สมัครส.ก.และส.ข.ของกทม. เรื่องการรับสมัครสมาชิกพรรคและเรื่องกรณีการยุบพรรคก็เป็นเพียงการสอบถามจากกรรมการบริหารพรรคว่า จะมีอะไรที่กรรมการบริหารพรรคจะสนับสนุนการทำงานของคณะทำงานฝ่ายกฎหมายคดียุบพรรคอยู่บ้าง ซึ่งคณะทำงานฝ่ายกฎหมายได้รายงานความคืบหน้าว่า จะมีการสืบพยานกันกี่ปาก แต่ไม่มีการพูดลึกลงไปในรายละเอียด ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรหรือมีความวิตกกังวลหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในระดับแกนนำพรรคได้หารือถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคสำรองหรือไม่ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การตั้งพรรคสำรองเป็นข่าวนอกพรรค ในพรรคไม่เคยคุยกัน ในการประชุมวันเดียวกันนี้ก็ไม่มีใครสอบถามพูดเรื่องนี้กัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรรมการบริหารพรรคได้พูดคุยกัน เรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมวินิจฉัยเรื่อง เอสเอ็มเอสของนายกฯหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่มียกเรื่องนี้ขึ้นมา แค่เพียงมีการปรารภขึ้นก่อนการประชุมว่า ทราบว่าจะมีการพิจารณา แต่ไม่ทราบว่าคณะกรรมการป.ป.ช.ซึ่งจะมีการพิจารณาหลายเรื่องจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่
ทั้งนี้ไม่มีการแสดงความวิตกกังวลอะไร เพราะเรามั่นใจในข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ดำเนินการอย่างที่มีการกล่าวหากัน ทั้งหมดในกระบวนการทำงานในพรรคขณะนี้ ไม่มีปัจจัยใดที่จะมากดดันหรือสร้างความวิตกกังวลแล้วไปกระทบต่อการทำงาน ในฐานะพรรคการเมืองหรือรัฐบาลเลยแม้แต่เรื่องเดียว การวิพากษ์วิจารณ์ภายนอกเป็นเรื่องปกติ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาลก็ย่อมเป็นที่สนใจของคนทั่วไป ข่าวลือหรือการพูดกันปากต่อปากว่าตั้งพรรคใหม่แล้วเกิดขึ้นได้เสมอก็วิจารณ์กันไป แต่ข้อเท็จจริงในพรรคไม่มีการพูดเรื่องเหล่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงมรสุมของพรรคหรือไม่เพราะมีหลายคดีมารุมเร้า กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ พรรคตั้งมา 60 กว่าปี ก็ผ่านมรสุมมาหลายลูก เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีคดียุบพรรคครั้งที่ 1 ก็มีข่าวทำนองเดียวกัน สุดท้ายเมื่อตัดสินออกมาว่าไม่ยุบเรื่องก็จบไป
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แสดงว่าพรรคมั่นใจในระดับหนึ่งว่าน่าจะรอดพ้นอยู่ต่อไปได้ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรามั่นใจในข้อเท็จจริงที่เราได้ทำลงไปว่าไม่มีอะไรที่ผิด มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ต้องเคารพในดุลยพินิจของศาลในที่สุด ทุกอย่างเดินไปตามปกติ พรรคโชคดีตรงที่ว่าเรามีบุคลากรหลายฝ่าย ที่แบ่งงานกันทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาธิปัตย์จัดทำบุญบ่อย เป็นการวางแผนล่วงหน้าเพื่อแก้เคล็ดอะไรหรือไม่ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นความคิดใคร ได้รับข้อความให้ไปร่วมทำบุญตนก็ไป แต่คำถามมีประเด็นข้อเดียวว่าทำบุญเป็นเรื่องดีหรือเปล่า ถ้าดีก็ทำไป



