
สื่อกระพือข่าว ทัพอินทรีเหล็ก "อีแอบ"ร่วมอื้อ
สื่อเมืองเบียร์-ผู้ดีกระพือข่าว แข้ง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เจ้าของอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2010 มีพวกรักร่วมเพศอยู่ในทีมหลายคน ทำให้สไตล์การเล่นไม่ดุดันและแข็งแกร่งจึงเป็นเหตุให้พ่าย "กระทิงดุ" สเปน ในรอบตัดเชือก
หลังจากที่ทีม "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี คว้าอันดับ 3 จากศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ด้วยการเฉือนชนะ "จอมโหด" อุรุกวัย 3-2 ตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม จากนั้นเมื่อยกคณะกลับประเทศบ้านเกิดก็ต้องเจอปัญหารุมเร้าทั้งเรื่อง มิชาเอล บัลลัค อดีตกัปตันทีม ซึ่งบาดเจ็บจนชวดติดทีมบอลโลกออกมาเรียกร้องว่า อยากจะหวนกลับไปติดทีมชาติอีก และพร้อมจะแย่งปลอกแขนกัปตันทีมชาติคืนจากฟิลิปป์ ลาห์ม ฟูลแบ็กและกัปตันทีมชุดปัจจุบัน กระทั่งมีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายยุติความเคลื่อนไหว
ล่าสุดบรรดาสื่อมวลชนในอังกฤษและเยอรมนี ออกมาประโคมข่าวว่า มีนักเตะในทีมอินทรีเหล็กชุดฟุตบอลโลกหลายคนอยู่ในข่ายพวกรักร่วมเพศ โดยอ้างแหล่งข่าวว่ามาจากการเปิดเผยของ มิชาเอล เบ็คเกอร์ เอเย่นต์ส่วนตัวของมิชาเอล บัลลัค ซึ่งย้ายจากเชลซีแห่งอังกฤษ มาค้าแข้งให้ "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน
"แดร์ สปีเกล" หนังสือพิมพ์ในเยอรมนี รายงานว่า การที่นักเตะในทีมเยอรมนีเป็นเกย์หลายคน ทำให้รูปแบบการเล่นของเยอรมนี ดูอ่อนโยนสวยงามไม่ดุดัน และถ้าบรรดาแข้งอินทรีเหล็กไม่อยู่ในกลุ่มรักร่วมเพศ เชื่อว่าพวกเขาน่าจะแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับสเปนในรอบรองชนะเลิศได้แน่
นอกจากนี้ เบ็คเกอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนให้บัลลัค มานานนับสิบปีตั้งแต่ปี 1999 ยังเปิดเผยกับ อเลกซานเดอร์ โอแซง นักข่าวของหนังสือพิมพ์แดร์ สปีเกล ซึ่งตีพิมพ์เรื่องนี้ก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น 2 เดือนด้วยว่า รู้ดีว่านักฟุตบอลคนไหนเป็นเกย์ และพร้อมจะเปิดเผยรายชื่อแต่คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ก่อนจะออกมายืนยันว่า มีนักเตะรุ่นหนุ่มคนหนึ่งที่เข้ามาใหม่เป็นพวก "อีแอบ" หรือพวกเป็นเกย์แบบครึ่งๆ กลางๆ
ทั้งนี้ โอแซง ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เบ็คเกอร์บอกว่า นักเตะและสไตล์การเล่นของเยอรมนีภายใต้การทำทีมของผู้จัดการคนนี้ ทำให้รูปแบบของเยอรมนีแตกต่างกว่าสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม อินดิเพนเดนท์ หนังสือพิมพ์ในอังกฤษ รายงานล่าสุดว่า เบ็คเกอร์ ไม่ได้ออกมาปฏิเสธหรือยอมรับว่าเคยให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าว แต่กลับออกมากล่าวว่า อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด และการสัมภาษณ์ครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ อีกทั้งธรรมเนียมปฏิบัติด้านสื่อมวลชนของเยอรมนีระบุว่า แม้ผู้ถูกสัมภาษณ์จะเคยให้การอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็มีสิทธิ์จะออกมาเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นได้
"มันไม่ใช่เรื่องจริง เรื่องนี้ผมเขียนไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของผม และเบ็คเกอร์ ก็ยังไม่ได้ต่อว่าอะไรผม" โอแซง ให้สัมภาษณ์ต่ออินดิเพนเดนท์
ส่วนในเยอรมนี ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม รูดี แอสซาวเออร์ ผู้จัดการทีม "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก้ 04 เคยออกมากล่าวทำนองรังเกียจบรรดานักเตะที่เบี่ยงเบนทางเพศ โดยให้สัมภาษณ์ว่า "ไม่มีที่ว่างสำหรับคนรักร่วมเพศในฟุตบอลเยอรมนี" ทำให้บรรดากลุ่มรักร่วมเพศในเยอรมนีออกมาเรียกร้องหาความยุติธรรม จนเป็นเรื่องเป็นราวกันพักใหญ่ กระทั่งปัจจุบันประเทศอาร์เจนตินากลายเป็นประเทศแรกในแถบละตินอเมริกา ที่คลอดกฎหมายให้คนรักร่วมเพศแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องเรียบร้อย



