ข่าว

"เบ็คแฮม"ไม่สน คุมสิงโตคำรามฝันร่วมโม่แข้งโอลิมปิก2012

"เบ็คแฮม"ไม่สน คุมสิงโตคำรามฝันร่วมโม่แข้งโอลิมปิก2012

16 ก.ค. 2553

เดวิด เบ็คแฮม ยันยังไม่มีแผนขึ้นชั้นเป็นผู้จัดการทีม ชี้ยังอายุยังน้อย และยังมีความสุขกับการเป็นนักเตะ พร้อมตั้งเป้า หวังร่วมทีม "สิงโตคำราม" อังกฤษ ลุยโอลิมปิก 2012 "ลอนดอนเกมส์" และฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลต่อ


 หลังจากความล้มเหลวของ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่รอบที่ 2 ก่อนไปพ่าย "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี อย่างหมดรูปถึง 1-4 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงก็คือ การทำหน้าที่ของ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือชาวอิตาลี ที่มีเสียงเรียกร้องให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ออกมาเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีม โดยหนึ่งในนั้นมีชื่อของ เดวิด เบ็คแฮม เจ้าของลูกเตะฟรีคิกปลิดวิญญาณรวมอยู่ด้วย


 ล่าสุด เบ็คแฮม วัย 35 ปี ที่พลาดการลงเตะศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังได้ร่วมทัพสิงโตคำรามในฐานะเจ้าหน้าที่ของทีม ออกมาเปิดเผยว่า จากความล้มเหลวในเวิลด์คัพ นักเตะทุกคนเสียใจ ซึ่งก็มาจากการที่ทุกคนเล่นไม่ดีกันเอง เป็นความพ่ายแพ้ที่ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ส่วนคาเปลโล ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของการเตรียมทีมได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
 ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าเขามีความสนใจที่จะรับงานเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษนั้น เบ็คแฮม กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง และไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาแน่นอน เพราะขณะนี้ตัวเขาเองก็ยังมีความสุขกับการเป็นนักเตะอยู่ ไม่ได้คิดถึงการเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรใดๆ หรือแม้แต่ทีมชาติอังกฤษ ส่วนอนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตจะต้องเป็นไปอย่างไร


 นอกจากนี้ เบ็คแฮม ยังหวังว่าตนเองจะมีโอกาสกลับมาติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง ลงเล่นในศึกยูโร 2012 รอบคัดเลือก หรือฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล รวมไปถึงความฝันอันสูงสุดอีกอย่างคือ ได้ร่วมทีมชาติอังกฤษ ลงเตะในกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน จะเป็นเจ้าภาพในอีก 2 ปีข้างหน้า
 "การเป็นส่วนหนึ่งในโอลิมปิกที่จะจัดในทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม ถือเป็นประสบการณ์ที่วิเศษสุด หากผมยังสามารถรักษามาตรฐานของการเล่นไว้ได้จนเป็นที่ต้องการของทีมชาติ ผมก็อยากที่จะเล่นดูสักครั้ง เพื่อคว้าเหรียญทองให้อังกฤษ" เบ็คแฮม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของกรุงลอนดอน กล่าว
 ขณะเดียวกันจอมฟรีคิกปลิดวิญญาณผู้นี้ยังมองอีกว่า การที่ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ต้องกรำศึกหนักตลอดฤดูกาลโดยไม่มีการหยุดพัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อทีมชาติ ซึ่งหากมีการพิจารณาเรื่องการหยุดพักในช่วงฤดูหนาว ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับนักเตะเองและประโยชน์อื่นๆ ในภาพรวมอีกด้วย
 "ที่เยอรมนี อิตาลี สเปน และอีกหลายๆ ประเทศ ให้นักเตะหยุดพักในช่วงฤดูหนาว ส่วนในอังกฤษคงต้องมีการหารือกันอีกยาว ซึ่งตัวผมเองคิดว่าน่าจะมี แต่คงไม่ใช่ช่วงคริสต์มาส เพราะเทศกาลคริสต์มาสเป็นอะไรที่สำคัญสำหรับกีฬาฟุตบอล การได้ดูเกมนัดบ๊อกซิ่งเดย์ถือเป็นวัฒนธรรมของชาวอังกฤษไปแล้ว ซึ่งตรงนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็คงต้องไปคุยกันว่าจะหาเวลาที่เหมาะสมตรงไหนให้ได้หยุดพักกัน"