
5 องค์กรผนึกกำลัง หาเงินช่วยส.รักบี้
สมาคมรักบี้ยิ้ม ได้ 5 สปอนเซอร์หนุน เพื่อให้กิจกรรมต่างๆ ลุล่วงตามวัตถุประสงค์ "สารวัตรต้น" พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ พ่อบ้านสมาคม ระบุงบประมาณยังไม่เพียงพอ วอนภาครัฐบาลและเอกชนเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน
"สารวัตรต้น" พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เลขาธิการสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สหพันธ์รักบี้ฟุตบอลแห่งเอเชีย มีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกรักบี้ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ระหว่างวันที่ 22-28 สิงหาคมนี้ ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งจะมีนักกีฬาจาก 8 ชาติเข้าร่วม ประกอบด้วย ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, ศรีลังกา, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน และไทย เจ้าภาพ ล่าสุดในส่วนของนักกีฬาขณะนี้คัดเลือกตัวจากเกือบ 100 คน เหลือ 34 คนเรียบร้อยแล้ว และจะตัดให้เหลือ 24 คนภายในต้นเดือนสิงหาคมนี้
ทั้งนี้การแข่งขันดังกล่าวใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท สมาคมได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการเตรียมทีม เนื่องจากทีมที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศจะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนทีมจากเอเชียไปแข่งขันรักบี้เยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปีชิงแชมป์โลก ในปี 2011 ที่สหรัฐอเมริกา และในส่วนของการจัดการแข่งขันนั้น เพื่อต้องการให้ทุกชาติได้เห็นศักยภาพความพร้อมของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร อีกทั้งเพื่อดึงความเชื่อมั่นในส่วนต่างๆ กลับมาอีกครั้งว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่ปลอดภัยเช่นเดิมและเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว
ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงงบประมาณการส่งนักกีฬาชาย-หญิง เดินทางไปร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน และการแข่งขันภายในและต่างประเทศอีกต่างหาก ซึ่งตลอดทั้งปีสมาคมต้องใช้งบประมาณต่างๆไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท เพื่อต้องการผลักดันให้กีฬาชนิดนี้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังอดีตที่ผ่านมานักรักบี้ไทยเคยคว้าเหรียญทองแดงในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้มาแล้ว จึงอยากสร้างและพัฒนานักกีฬาไทยให้ไปสู่สากลอีกครั้ง
เลขาธิการสมาคมรักบี้ไทย กล่าวอีกว่า ล่าสุดสมาคมได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มพันธมิตร 5 องค์กรสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), แอร์เอเชีย, บริษัท เอ็กซ์ตรีม และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ได้แจ้งความประสงค์ในการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในด้านงบประมาณกับสมาคมตลอดทั้งปี แต่งบประมาณดังกล่าวที่ได้รับนั้น ยังไม่เพียงพอต่อกิจกรรมของสมาคม เพราะการที่เราต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่นั้น ต้องมีองค์ประกอบปัจจัยหลายอย่างเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันและพัฒนานักกีฬาบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ถึงจะทำให้กีฬาชนิดนี้กลับมารุ่งโรจน์ได้อีก
อย่างไรก็ตามส่วนตัวอยากขอเชิญชวนภาครัฐบาลและเอกชน รวมไปถึงบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่สำคัญคนในวงการรักบี้ฟุตบอลในเมืองไทยให้การช่วยเหลือด้านงบประมาณกับสมาคมรักบี้ด้วย เพราะพล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ นายกสมาคมคนใหม่และกรรมการบริหารทุกคนมีความตั้งใจและทุ่มเทที่จะพัฒนากีฬารักบี้ให้โดดเด่น ทั้งในแง่ของนักกีฬาและการจัดการแข่งขันในประเทศไทย ให้กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชนเหมือนเช่นในอดีต จึงอยากให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันพัฒนากีฬาชนิดนี้เช่นเดียวกับกีฬาประเภทอื่นๆ



