
ทน.โคราชตื่นตัวลดมลพิษ ดึงจีทีแซด ระดมสมอง ปชช. ทำโครงการป้องกัน
นครราชสีมา- ทน.โคราช ตื่นตัวลดมลภาวะทางอากาศ จับมือจีทีแซดผุดโครงการ "ป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองขนาดเล็ก"
ที่โรงแรมซิตี้พาร์ค จ.นครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา ได้เชิญตัวแทนภาคธุรกิจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ รวมถึงปรวะชาชนที่อาศัยอยู่ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา กว่า 100 คน เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การปรับปรุงคุณภาพอากาศในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีการสัมมนาให้ความรู้เรื่องปัญหาการเกิดมลภาวะทางอากาศ ทั้งปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สร้างมลพิษทางอากาศและส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง
เทศบาลนครนครราชสีมา ได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสำนักความร่วมมือทางวิชาการของเยอรมนี หรือ (จีทีแซด) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ที่มีผลงานการผลักดันโครงการ "คลีนแอร์ ฟอร์ สมอล์เลอร์ ซิตี้ อิน เดอะ เอเชีย รีจีสต์" หรือโครงการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองขนาดเล็ก ที่มี 7 ประเทศในเอเชียเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย โดยเทศบาลนครนครราชสีมา ก็เป็นหนึ่งในชุมนุมที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการนี้ และได้เริ่มเริ่มดำเนินโครงการร่วมกับสำนักความร่วมมือทางวิชาการของเยอรมนี อย่างเป็นระบบมาตั้งแต่ ปี 2552 ที่ผ่านมา ถึงแม้ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จะยังไม่เกิดปัญหามลพิษทางอากาศมากนัก แต่ด้วยการขยายตัวของตัวเมืองในอนาคตอาจจะส่งผลต่อระบบอากาศทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้
นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ถึงแม้ในวันนี้สภาพอากาศในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จะยังมีค่าฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศไม่เกินค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ 120 ไมโครกรัม ต่อ ลบ.ม. ก็ตาม แต่จากสถิติพบว่ามลพิษในอากาศของเขตเทศบาลเพิ่มขึ้นทุกปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยายตัวเมือง อย่างที่เคยเกิดปัญหาในเรื่องขยะที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี เทศบาลนครนครราชสีมา ต้องเผชิญปัญหาการกำจัดขยะที่มีจำนวนมาก ทำให้ไม่มีที่ทิ้งขยะเพียงพอ ส่งผลต่อสภาวะด้านสิ่งแวดล้อมก่อนจะแก้ไขปัญหาจนสำเร็จ ด้วยโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอย (โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงาน) ที่ต้องใช้งบประมาณมากกว่า 412 ล้านในการดำเนินการ
"ดังนั้นปัญหามลพิษทางอากาศที่ถึงแม้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่ในอนาคตข้างหน้าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงควรมีการหาทางป้องกันและแก้ไขไว้ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว และมาหาวิธีแก้จะต้องสูญเสียงบประมาณและระยะเวลาที่จะแก้ไขก็จะใช้เวลานานหรืออาจจะสายจนเกินไป" นายสุรวุฒิ กล่าว



