ข่าว

ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นเพื่อดีไซเนอร์ไทย

ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นเพื่อดีไซเนอร์ไทย

16 ก.ค. 2553

เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคสมัยว่า สยามเซ็นเตอร์ คือ ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นที่ล้ำสมัยของเมืองไทย ที่รวมร้านดีไซเนอร์ระดับแถวหน้แหล่งยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้นในขณะที่จังหวะแห่งแฟชั่นไม่เคยหยุดนิ่ง ผู้บริหารแห่งพิวรรธน์ อย่าง ชฎาทิพ จูตระกูล ก็ไม่ยอมหยุดอยู่กับที่เช

  บอสสาว ชภาทิพ จูตระกูล กล่าวด้วยความภูมิใจว่า ตลอดระยะเวลา 37 ปี สยามเซ็นเตอร์ไม่ใช่เพียงความสำเร็จ แต่ยังมีสิ่งที่เหนือกว่านั้น คือ การมีส่วนร่วมพัฒนาวงการแฟชั่นของไทยและผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นและการออกแบบไทยให้พัฒนาก้าวไกลสู่ระดับโลก ที่นี่จึงเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 อขงเหล่าดีไซเนอร์ไทยระดับกูรู และยังเป็นเวทีแจ้งเกิดและสนับสนุนกลุ่มดีไซเนอร์ไทยหน้าใหม่เข้าสู่วงการแฟชั่นอีกด้วย

   ด้านดีไซเนอร์ไทยในยุคแรกๆ อย่าง เมนาท นันทขว้าง ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ Soda  เล่าถึงที่มาของร้านว่า แรกเริ่ม เธอทำแค่เสื้อยืดยึด และนำไปฝากขายตามร้านต่างๆ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมาก จึงตัดสินใจเปิดร้านแรกที่สยามเซ็นเตอร์ ในปี 2523 และขายเพียงแค่เสื้อยืดอย่างเดียว ปรากฏว่าเปิดร้านเดือนแรกก็คืนทุนเพราะคนซื้อกันแน่นร้านตลอด แน่นจนดูเหมือนไม่ใช่ร้านขายเสื้อแต่เป็นร้านเบเกอรี่ จากความสำเร็จเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา Soda ยังคงอยู่คู่กับสยามเซ็นเตอร์มาโดยตลอด

 อีกหนึ่งดีไซเนอร์ไทยระดับแถวหน้าของเมืองไทย ศิริชัย ทหรานนท์ ดีไซเนอร์และผู้อำนวยการของแบรนด์ Theatre  ย้ำสั้นๆ ถึงสยามเซ็นเตอร์ ออน เติร์ดว่า ไม่ใช่เป็นเพียงที่ตั้งของร้านที่ใช้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเท่านั้น แต่ “หัวใจ” ของพวกเขาอยู่ที่นี่  เพราะเป็นที่ๆ ทุกคนทราบดี นี่คือศูนย์รวมของดีไซเนอร์ไทยจริงๆ

 สำหรับ   ณิศรา ลิปตวัฒน์ ดีไซเนอร์ดาวรุ่งซึ่งปัจจุบันคือสมาชิกใหม่ด้วยแบรนด์ Dust till Dawn  สะท้อนถึงมนต์ขลังและเสน่ห์แหล่งแฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยที่ไม่เคยเสื่อมคลายว่า ที่ผ่านมาเธอเฝ้ามองความสำเร็จของดีไซเนอร์รุ่นพี่คนแล้วคนเล่า ดังนั้น การมีร้านที่สยามเซ็นเตอร์ จึงเป็นความฝันที่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่อย่างเธอมุ่งมั่นให้เกิดขึ้นจริง

 ในฐานะสถาปนิกผู้รับหน้าเสื่อในการออกแบบภาพลักษณ์ใหม่ ดวงฤทธิ์ บุนนาค  เล่าว่าในการออกแบบได้ศึกษาและทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของนักช็อปอย่างลึกซึ้ง  จึงสร้างสรรค์ผลงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งรูปลักษณ์และบรรยากาศใหม่โดยรอบโดยปรับเปลี่ยนพื้นทางเดินส่วนกลางให้เป็นลายไม้ที่สร้างความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง  และปรับเพดานและผนังโดยรอบให้มีโทนสีดำแสดงถึงความเป็นแฟชั่น และช่วยทำให้ร้านค้าและ  ตู้โชว์ ดูโดดเด่น และดึงดูดสายตา

 "นอกจากนี้ภายในสยามเซ็นเตอร์ ออน เติร์ด ยังจะเป็นศูนย์รวมของงานศิลปะสร้างสรรค์ต่างๆ ทั้งอาร์ทดิสเพลย์กราฟฟิกวอลล์ แบบเอ็กคลูซีพที่เสริมรับกับบรรยากาศร้านค้ากลุ่มแฟชั่น  โดยคัดเลือกนักออกแบบระดับท็อปของวงการกราฟฟิกดีไซน์ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน มาร่วมออกแบบการตกแต่งผนังบริเวณต่างๆ รวมถึงจัดพื้นที่แสดงผลงานให้ศิลปินนักออกแบบชื่อดังแสดงผลงานปฏิมากรรมรูปแบบต่างๆ เช่นกัน" สถาปนิกมากความสามารถกล่าว