ข่าว

ปชป.ปูดเริ่มหว่านเงินหัวละ500บ.ในเขต6แล้ว

ปชป.ปูดเริ่มหว่านเงินหัวละ500บ.ในเขต6แล้ว

15 ก.ค. 2553

ผอ.ลต.ซ่อมส.ส.กทม.ปชป. เผย “พนิช”ถูกโทรคุกคราม และข่มขู่ ยันไม่ร่วมประชุมกรณีเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ลั่นมั่นใจในตัวกกต. แถมปูดเริ่มมีการหว่านเงินหัวละ 500 บาทในพื้นที่แล้ว ชี้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่กระทบเลือกตั้งซ่อม “ ธนา ” ชี้ 4 ได้ที่ประชาชนเขต 6 จะ

(15ก.ค.) นายสมัย เจริญช่าง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 6 แถลงสรุปสถานการณ์การหาเสียงและปัญหาอุปสรรคของศูนย์อำนวยการเลือกตั้งเขต 6 ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตั้งแต่วันแรกที่เปิดรับสมัครก็มีการข่มขู่คุกคามประทุษร้ายนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 6 ของพรรค โดยกลุ่มบุคคลเข้ามาทุบรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นายพนิชนั่งขณะที่จะออกแห่หาเสียงเพื่อเป็นปฐมฤกษ์ นอกจากนี้ยังมีการโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่และด่าด้วยคำหยาบคายรวมถึงการทำร้ายป้ายหาเสียงที่ติดตั้งตามถนนสายหลักต่างๆทั้งในเขตบึงกุ่ม คันนายาว และหนองจอก

 นายสมัย กล่าวต่อว่า ตนได้รับหนังสือจากผอ.การเลือกตั้งกม.เพื่อเชิญเข้าร่วมหารือกรณีที่ผอ.การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยขอให้ดำเนินการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งคะแนนล่วงหน้าไว้ในรถที่ใช้ควบคุมผู้ต้องขังและจอดในบริเวณหน้าสถานีตำรวจ 4 แห่งในเขตเลือกตั้งที่ 6 เพื่อไม่ให้มีข้อเคลือบแคลงระแวงสงสัยใดๆ และเป็นไปอย่างสุจริตโปร่งใส ทั้งนี้ข้อเสนอดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ไว้วางใจการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตนเชื่อว่ากกต.มีความยุติธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ให้ความเคารพกฎกติกาในการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่ากกต.จะรักษาความเที่ยงธรรมได้ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมประชุมเพื่อหารือในกรณีนี้ และวิธีปฏิบัติก็ไม่เคยปรากฏว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าต้องเอาหีบบัตรคะแนนไปใส่ในรถควบคุมผู้ต้องขัง

 นายสมัย กล่าวอีกว่า จุดนี้มองได้ว่า 1.หีบบัตรอยู่ข้างนอกอาจมีการเบี่ยงเบนคะแนนเลือกตั้ง และ2. ไม่ให้เกียรติประชาชนในเขต 6 ทั้งๆที่ประชาชนไม่ใช่ผู้ต้องขัง หรือว่าในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเคยเป็นรัฐบาล และมีการเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วมีการทุจริตในการลงคะแนนหรืออย่างไร จึงเกิดการระแวงพรรคประชาธิปัตย์ หากจำได้ในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยมีการนำหีบบัตรไปเก็บไว้ที่โรงพักถึง 7 วัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยโวยวาย ผลออกมาอย่างไรก็ยอมรับ แต่วันนี้เรายอมรับไม่ได้เพราะกฎกติกาที่กกต.วางไว้ยุติธรรมแล้ว ตนมองว่าเป็นการตีปลาหน้าไซเพื่อนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในวันข้างหน้า ขอให้กกต.ยืนอยู่บนการตัดสินใจที่อิสระ มีหลักของตัวเอง ผลจะเป็นอย่างไรเราก็ยอมรับ แต่อย่าเอาหลักที่คนอื่นใส่สมองกกต.มาบังคับแล้วให้เรายอมรับด้วย

 นายสมัย ยังกล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้ายด้วยว่า ขอเรียกร้องไปยังกกต.ให้ช่วยจับตาดูอย่างเข้มงวด เพราะตนได้รับกระแสข่าวแจ้งมาว่า มีการเคลื่อนไหวในบริเวณชุมชนต่างๆ บริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทรและการเคหะ โดยมีบางคนบางกลุ่มพยายามชักชวนให้ประชาชนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการซื้อเสียงโดยการจ่ายเงินให้หัวละ 500 บาท หรือนำเงินไปให้ประธานชุมนุมและอดีตประธานชุมนุมจำนวน 10,000 บาท เพื่อนำไปแจกให้กับลูกบ้าน ทั้งนี้ข้อมูลที่ตนได้รับมานั้นเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ และในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของเขตนี้ขึ้นชื่อเรื่องการซื้อเสียงมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ที่มีการจับกุมผู้ซื้อเสียงในเขตหนองจอก และขณะนี้เรื่องก็อยู่ในชั้นศาลฏีกา จึงอยากจะขอให้กกต. หน่วยงานรัฐ และสื่อมวลชนลงพื้นที่สอบถามประชาชนดูก็จะได้พบกับความจริง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยอ้างว่ากลัวเสียเปรียบพรรคประชาธิปัตย์ที่จะอาศัยพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาเอื้อต่อการเลือกตั้ง นายสมัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็มักจะเรียกร้องเกี่ยวกับการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ว่าเป็นอุปสรรคในการหาเสียง แต่เมื่อเทียบกับภาคใต้ที่มีการเลือกตั้งมาตลอดภายใต้การควบคุมของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตนยังเห็นว่าสามารถจัดการเลือกตั้งได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาผลการเลือกตั้งต่างๆก็ไม่มีปัญหา และพรรคเพื่อไทยก็ยังมีพฤติกรรมปกติโดยมีการปราศัยบนเวทีโจมตีรัฐบาลอยู่ทุกวันไม่เว้นแม้แต่วันเดียว มีการปลุกระดมเพื่อทำลายกลุ่มอำมาตย์เพื่อหวังให้ได้รับมาซึ่งชัยชนะและดิสเครดิตรัฐบาลว่าหมดความชอบธรรม คนกรุงปฏิเสธไม่ให้รัฐบาลบริหารงานต่อไป เหมือนกับเป็นการวอร์มก่อนเดินสายออกต่างจังหวัดโดยใช้พื้นที่เขต 6 เป็นเขตทดลอง และหากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งคงจะมีการเรียกร้องและปลุกระดมว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรมเพื่อนำไปสู่ประเด็นอื่นๆ อีกหลายเรื่องอย่างแน่นอน

ด้านนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 กล่าวว่า ขณะนี้มีการปล่อยข่าวในพื้นที่เลือกตั้งที่ 6 ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความสำคัญและจะมีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตอันใกล้ ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทำให้ประชาชนสับสนและอาจเชื่อไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

ดังนั้นตนจำเป็นต้องชี้แจงถึง 4 เหตุผลที่ประชาชนต้องออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าหากเลือกนายพนิชแล้วจะได้อะไรคือ 1.หากเลือกนายพนิชก็จะได้คนที่มีความรู้ความสามารถไปทำหน้าที่ส.ส. โดยเฉพาะการโหวตผ่านร่างงบประมาณปี 25 54 และกฎหมายสำคัญเพื่อการพัฒนาพื้นที่และประเทศชาติต่อไป 2. ประชาชนจะได้ส.ส.ดูแลและแก้ไขปัญหาของประชาชนในเขต 6 และปัญหาโดยรวมของประชาชน 3.จะได้นักการเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามระบอบรัฐสภาที่เคารพสิทธิและความเห็นต่างของประชาชนทุกความเห็น โดยไม่มีการข่มขู่คุกคามบุคคลอื่นที่มีความเห็นต่าง และ 4.หากเลือกนายพนิชก็จะแสดงให้เห็นว่าประชาชนเขต 6 และประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์การชุมนุมของคนไทยที่มีความเห็นต่างที่เกิดในปี 2552- 2553 ซึ่งส่งผลลกระทบต่อเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมโดยรวมที่ประเมินค่าไม่ได้ และมีผู้บาดเจ็บล้มตายทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกันเอง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่นิยมความรุนแรงหรือระดมมวลชนมาก่อความวุ่นวาย