
ฝีมือกับฝีตีน
คุณชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สัปดาห์ที่แล้วบอกว่า หนักใจคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ออกมาพูดต่อเป็นเรื่องต้องใช้ฝีมือในการสู้คดีไม่ใช่ใช้ฝีตีน ช่วงนี้คุณชวนออกมาถี่และชัดเจนแสดงว่าหนักใจจริงๆ
และแน่นอนว่าไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินออกมาอย่างไร ยุบหรือไม่ยุบ ยุบแล้วจะให้กรรมการบริหารพรรคทั้งหมดหมดสิทธิการเมือง 5 ปี หรือบางส่วน ล้วนแต่มีผลต่อการเมืองไทยทั้งสิ้น เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคใหญ่ พรรคเก่าแก่ที่สุดของประเทศ และพฤติกรรมที่ถูกฟ้องก็มีหลายประเด็นที่หมิ่นเหม่ต่อความถูกต้องหรือไม่ถูกต้องเป็นตัวอย่างสำหรับนักการเมืองและพรรคการเมืองต่อไป
แต่สิ่งที่สำคัญก็คือว่า คุณชวน ในฐานะเป็นประธานสภาที่ปรึกษาพรรคและหัวหน้าพรรคอย่าง นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมไปถึง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค จะต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนกับสาธารณชนว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าต่อไปในกรณีต่างๆ อย่างไร พรรคยุบไม่ยุบ ยุบแล้วจะหนักหนาหรือปานกลาง
พรรคประชาธิปัตย์จะบอกกล่าวกับประชาชนว่า จากนี้ไปจะต่อสู้แบบไหนอย่างไร เพราะถ้ามีพรรคสำรอง หรือมีการแตกกลุ่มต่างๆ ของประชาธิปัตย์ไปคนละทิศละทางตามที่มีการวิเคราะห์กันบางกระแสก็แปลว่าสิ่งที่พรรคนี้เคยรับปากรับคำเป็นประชาชนก็จะหมดความศักดิ์สิทธิ์ไป
ขณะเดียวกันถ้าหากยึดหลักอย่างที่ คุณชวน ประกาศว่า ไม่สนใจเรื่องตั้งพรรคสำรอง แต่จะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อรักษาพรรคเอาไว้ จิตวิญญาณของพรรคประชาธิปัตย์จากนี้ไปจะหนักแน่นขนาดไหนยังน่าสงสัย ฉะนั้นประชาชนทั่วไปทั้งที่เคยลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ และที่ต่อต้านประชาธิปัตย์ จะจับตาดู
จากนี้ไปอีกไม่ถึง 6 เดือน จะรู้ว่าทิศทางการเมือง หลังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญต่ออนาคตประชาธิปัตย์นั้นมีความสำคัญยิ่งยวด
สุทธิชัย หยุ่น



