
กองปราบค้นบ้านบรรยินหาปมฆ่านายกอบจ.ปากน้ำโพ
ผบช.ก.นำทีมชุดสืบสวนคดีสังหารนายก อบจ.คนดังเมืองนครสวรรค์ปูพรมค้นจุดเกิดเหตุหาวัตถุพยานอีกครั้ง ขณะที่กองปราบฯ-ตำรวจท้องที่ลุยค้นบ้าน "พ.ต.ท.บรรยิน" อดีต รมช.พาณิชย์ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ด้านอดีต รมช.เหน็บตำรวจที่ผ่านมาไม่เคยสนใจ จี้ให้รื้อทุกคดีที่นักกา
ความคืบหน้าสไนเปอร์ซุ่มยิงนายอำนาจ ศิริชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ เสียชีวิตบริเวณสนามกีฬา หน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้เกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิตของนายก อบจ.คนดัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่เรื่องการเมือง และเรื่องของการขัดผลประโยชน์ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของนางอรพินท์ มั่นศิลป์ ภรรยานายอำนาจที่เชื่อว่าประเด็นสังหารเป็นเรื่องการเมืองแน่นอน
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.สมภพ พงฤกษ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี ผกก.2 กก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพล น้อยช่างคิด สว.กก.บก.ป. พ.ต.ท.ภูวเดช ปริตรานนท์ สว.กก.4 บก.ป. เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่คนร้ายลงมือลอบสังหารนายอำนาจ เพื่อตรวจสอบวิถีกระสุน และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม โดยการตรวจสอบครั้งนี้ พล.ต.ต.ชาญ ชุณหวงศ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ระดมกำลังค้นหาวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง หลังจากที่การตรวจสอบในรอบแรกไม่พบวัตถุพยานใด ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีวัตถุพยานอยู่ในที่เกิดเหตุ และสามารถนำมาใช้ประกอบสำนวนคดีเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายและผู้จ้างวานมาดำเนินคดีได้
ต่อข่าวนายกอบจ.
พล.ต.ท.ไถงกล่าวว่า รักษาการ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ให้ พล.ต.ต.ปัญญาเดินทางมาติดตามคดีตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ส่วนความคืบหน้าทางคดีขณะนี้ได้รายละเอียดมากพอสมควร ส่วนประเด็นการสังหารยังคงเอาไว้ทั้ง 3 ประเด็น ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดออกไป อย่างไรก็ตามในวันที่ 15 กรกฎาคมจะให้กองพิสูจน์หลักฐานจากส่วนกลางมาช่วยอีกทางหนึ่ง ส่วนหัวกระสุนปืนนั้นขณะนี้ยังไม่พบ แต่ทราบว่ายิงเพียง 1 นัด นอกจากนี้จะให้ทุกกองบัญชาการระดมกำลังมาช่วยสะสางคดีนี้ต่อไป
พล.ต.ต.ชาญ ชุณหวงศ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเคลียร์พื้นที่ในจุดเกิดเหตุเพื่อหาหัวกระสุนที่คาดว่าจะตกในที่เกิดเหตุ แต่ยังหาไม่พบ เนื่องจากเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ดังนั้นจึงได้ขอความร่วมมือไปที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องตรวจหาหัวกระสุนพร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุแบบปูพรมอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
วันเดียวกัน เวลา 14.00 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการ 2 กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้นำหมายค้นไปขอตรวจค้นที่บ้านพักของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ พรรคไทยรักไทย ที่ถนนสาย อ.เมือง-อ.โกรกพระ แต่ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ พ.ต.ท.บรรยินไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากติดภารกิจอยู่ที่กรุงเทพ ฯ
ด้าน พ.ต.ท.บรรยินให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ที่ผ่าน จ.นครสวรรค์เกิดคดีนักการเมืองถูกปองร้ายหลายครั้ง แต่ไม่มีใครให้ความสนใจปล่อยให้ผ่านเลยไป แต่อยู่ดีๆ เกิดมาสนใจในคดีนี้ ดังนั้นอยากฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจหากจะทำคดีนี้ควรจะรื้อทุกคดีที่เกี่ยวข้องมาทำทั้งหมดอย่าเลือกปฏิบัติ ส่วนตำแหน่ง นายก อบจ.ที่ว่างลงนั้น จะไม่ส่งใครลงสมัคร เพราะไม่ได้ให้ความสนใจตำแหน่งดังกล่าวแต่อย่างใด
ขณะที่นางอรพินท์ ภรรยานายอำนาจ กล่าวว่า ขอฝากขอบคุณไปยังทุกฝ่ายที่มาร่วมงาน และส่งพวงหรีดมาเคารพศพสามี อย่างไรก็ตามหากสะดวกอยากให้เปลี่ยนจากพวงหรีดเป็นเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนในการสร้างอาคารอเนกประสงค์อาสนวิหารนักบุญอันนา เพื่อใช้ประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปในชุมชน
ส่วนความคืบหน้าของการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครสวรรค์ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนนายอำนาจนั้น วันเดียวกัน นายชัยรัตน์ บัวเทศ รองนายก อบจ.นครสวรรค์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดคุยกันในเรื่องของการเลือกตั้งนายก อบจ.คนใหม่ ส่วนตัวเห็นว่า ควรรอให้เสร็จพิธีศพของนายอำนาจในวันที่ 17 กรกฎาคมก่อน จากนั้นทีมผู้บริหารและผู้ใหญ่ที่สนับสนุนจะหารือในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามหากที่ประชุมมีมติให้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. ก็พร้อม แต่ใจจริงไม่อยากเป็น เพราะรู้สึกพอใจในตำแหน่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแล้ว
นายองอาจ มาเม่น ที่ปรึกษานายก อบจ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วยังไม่ได้คิดอะไรในทางการเมือง ส่วนที่มีข่าวว่าทีมงานเดิมเริ่มแตกคอกัน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นข่าวปล่อย เพราะทุกคนยังมีความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นมีความสามัคคีกันดีอยู่
ทั้งนี้ตำแหน่งนายก อบจ.นครสวรรค์นั้น รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายอำนาจได้ทาบทามนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสนิทสนมให้มาลงสมัครรับเลือกเป็นนายก อบจ.นครสวรรค์ สืบต่อจากนายอำนาจที่จะไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในค่ายพรรคภูมิใจไทย แต่ขณะนั้นนายตำรวจระดับสูงคนดังกล่าวยังลังเลต่อการตัดสินใจทางการเมือง แต่เมื่อนายอำนาจถูกลอบยิงเสียชีวิต ทำให้แผนงานในการลงสมัครรับเลือกตั้งในขั้วของนายอำนาจทั้งหมดกลายเป็นภาวะสุญญากาศทางการเมือง โดยเบื้องต้นคาดว่าหากนายตำรวจคนดังกล่าวปฏิเสธมีแนวโน้มว่าผู้ที่จะก้าวขึ้นมาสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายกอบจ. อาจเป็นบุคคลที่ภรรยานายอำนาจสนับสนุน
เกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนายอำนาจที่หลายฝ่ายมุ่งไปที่ประเด็นการเมืองนั้น วันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายอานาจทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทย แต่สาเหตุที่ถูกลอบสังหารน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แม้ที่ผ่านมาจะมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่ทำการพรรคก็ตาม ส่วนประเด็นยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เห็นว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องทำให้การลอบสังหารง่ายขึ้น แต่ทั้งหมดต้องรอผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามพรรคยังไม่ได้หารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด



