
สิทธิ์ในการปกป้องรัฐไทย
การปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งครอบคลุมหลายประเด็นและหลากมิติ เป็นสิทธิ์ความชอบธรรมโดยสมบูรณ์ของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะภัยจากอิทธิพลจากภายนอกประเทศ หรือการกระทำโดยชาวต่างประเทศ แม้จะเป็นพฤติกรรมเกิดจากความเชื่อ ธรรมเนียมปฏิบัติ
และพิธีกรรมด้านศาสนา แต่ถ้าสร้างความไม่สงบ หรือเป็นภัยต่อประชาชนในชาติ ย่อมกระทำได้อย่างเต็มที่ มีหลักการง่ายๆ ว่า ถ้าคนต่างชาติยอมรับระบบต่างๆ ในประเทศที่ตนเองเข้าไปอาศัยพึ่งพิง หรือทำธุรกิจ ย่อมเลือกที่จะย้ายถิ่นที่อยู่ไปประเทศที่ตัวเองอยากทำอะไรตามใจชอบ หรือตามความเชื่อก็ได้ ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกกฎหมายให้สตรีชาวมุสลิมห้ามใช้ผ้าปิดหน้าตาในสถานที่เฉพาะ เพราะเป็นการขัดแย้งกับธรรมเนียมปฏิบัติของประชาชนท้องถิ่น เจ้าของประเทศ
รัฐบาลออสเตรเลียก็เช่นเดียวกัน แม้จะมีนโยบายผ่อนปรน การให้ต่างชาติอพยพเข้าไปอาศัยได้ แต่ก็ได้เตือนว่าต้องเคารพกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศ ถ้าไม่ชอบใจ ยอมรับไม่ได้ ก็ควรย้ายไปอยู่ประเทศอื่น หรือกลับไปอยู่ประเทศบ้านเกิดเมืองนอน และการกระทำเช่นนี้เป็นวิธีปฏิบัติสากล คือต้องเคารพกฎหมายของประเทศที่ตัวเองเข้าไปอาศัยในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เราได้รับการกดดันจากต่างชาติในบางเรื่อง เช่นกรณีการปราบผู้ก่อการร้ายในวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 89 ราย บาดเจ็บ 1,800 ราย และการแทรกแซงนั้นมาจากผู้กระทำผิดกฎหมาย องค์กรสิทธิมนุษยชน องค์กรนิรโทษกรรมสากล และองค์กรอื่นๆ รวมทั้งสื่อต่างชาติ รวมทั้งคนต่างชาติเช่นนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม นักวิ่งเต้นว่าจ้างโดย “ทักษิณ ชินวัตร” ทนายความและบริษัทประชาสัมพันธ์
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ศาลไทยตัดสินว่า นายเจฟฟ์ ซาเวจ วัย 48 ปี มีความผิดจริงฐานยั่วยุความรุนแรง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่บังคับใช้ระหว่างการประท้วงที่ยืดเยื้อกว่า 8 เดือน รวมถึงความผิดทางอาญาอื่นๆ โดยนายซาเวจ จากทอนบริดจ์ เมืองเคนท์ ประเทศอังกฤษ ถูกบันทึกภาพวิดีโอขณะกำลังยุยงผู้ประท้วงปล้นสะดม และเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ใจกลางกรุงเทพฯ ไม่กี่วันก่อนหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ถูกวางเพลิง และได้รับความเสียหายร้ายแรง
นายซาเวจถูกลงโทษจำคุก 3 เดือน แต่ผู้พิพากษาระบุในคำตัดสินว่า สืบเนื่องจากนายซาเวจเป็นชาวต่างชาติ และไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองในการประท้วง จำเลยก็ให้การรับสารภาพ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง และนายซาเวจถูกคุมขังระหว่างการพิจารณามาจนพอสมควรกับโทษแล้ว จึงควรถูกปล่อยตัวในทันที แต่ต้องถูกส่งตัวไปออกนอกประเทศ สิ่งที่รัฐบาลไทยควรกระทำคือห้ามนายซาเวจเข้าประเทศในฐานะบุคคลไม่พึงปรารถนา เนื่องจากมีแนวคิดและพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐไทยอย่างชัดเจน และควรให้คดีนี้เป็นเยี่ยงอย่างเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ว่าจะมีแรงกดดันจากต่างชาติในเรื่องนี้หรือกรณีอื่นๆ ก็ตาม



