ข่าว

สบช่องศก.ฟื้นกนง.ขึ้นดอกเบี้ย0.25%ธปท.ปรับเป้าจีดีพีใหม่-เช่าซื้อรถเตรียมขึ้นดบ.ตาม

สบช่องศก.ฟื้นกนง.ขึ้นดอกเบี้ย0.25%ธปท.ปรับเป้าจีดีพีใหม่-เช่าซื้อรถเตรียมขึ้นดบ.ตาม

14 ก.ค. 2553

กนง.มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจน ถึงเวลาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ครั้งแรกรอบ 1 ปี 3 เดือน ปรับเป้าจีดีพีปีนี้เพิ่มรอลุ้น 23 กรกฎาคม ห่วงเศรษฐกิจโลกยังเสี่ยง ด้านลีสซิ่งกสิกรไทยเตรียมหารือบอร์ดขึ้นดอกเบี้ยตาม

 นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากระดับ 1.25% มาอยู่ที่ 1.50% เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น และคาดว่าจะเติบโตได้มากกว่าประมาณการเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 4.3-5.8% โดยจะแถลงข่าวการปรับประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ใหม่ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 ทำให้ความจำเป็นในการพึ่งพานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษเริ่มน้อยลง จึงควรเริ่มปรับดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่ระดับปกติ

 สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจโลกนั้น ในช่วงครึ่งปีแรกถือว่ามีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง และคาดว่าจะเติบโตได้ดีในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังของหลายประเทศที่ทยอยสิ้นสุดลง และจากปัญหาหนี้สาธารณะและสถาบันการเงินในยุโรป ขณะที่เศรษฐกิจเอเชียยังขยายตัวได้อย่างเข้มแข็งและเริ่มเห็นสัญญาณของแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไป

 รายงานข่าวจากธปท. ระบุว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 3 เดือน นับจากวันนี้ 8 เมษายน 2552 ซึ่งในวันดังกล่าว กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 1.5% เป็น 1.25% และได้คงอัตราดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน

 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายในสิ้นปีนี้ดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2% และอาจปรับขึ้นไปที่ระดับ 3.5% ได้ในปีหน้า เนื่องจากศูนย์วิจัยฯ ประเมินว่าปีหน้ามีโอกาสที่เงินเฟ้อจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3% ดังนั้น เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ กนง.คงจำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยนโยบายให้ขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าว เชื่อว่าจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพราะหากปรับขึ้นเร็วเกินไปก็อาจมีผลทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วได้

 ด้านนายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทลีสซิ่งกสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทจะต้องพิจารณา ว่าจะคงดอกเบี้ยเช่าซื้อเอาไว้ที่เดิมหรือไม่ หากคงไว้ ทำธุรกิจจะมีกำไรหรือไม่ หรือจะต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการประชุมของคณะกรรมการจัดการในเร็วๆ นี้ เพราะต้นทุนทางการเงินได้ขยับไปแล้ว โดยในส่วนของลีสซิ่งกสิกรไทย อาจจะปรับขึ้นเร็วสุดในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ในอัตรา 0.05-0.10% หรืออย่างช้าก็ต้นเดือนสิงหาคม แต่ก็ต้องดูสภาพตลาดรวมก่อนว่า คู่แข่งมีการปรับขึ้นหรือไม่ และขึ้นเท่าไหร่