
ฟ้า(ยัง)หม่นที่เนปาล
กว่า 3 ปีนับตั้งแต่กบฏนิยมเหมาอิสต์ในเนปาลได้ปรับเปลี่ยนการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบสาธารณรัฐ แต่จนถึงขณะนี้การเมืองในประเทศก็ยังไม่นิ่ง ประชาชนยังคงยากแค้นแสนสาหัสอยู่เหมือนเดิม
ขณะที่อดีตทหารเด็กหลายพันคนที่เคยถูกหลอกหรือถูกต้อนให้ไปเป็นทหารของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจากสัญญาลมๆ แล้งๆ ว่าจะนำความเสมอภาคมาสู่ประชาชน กลับรู้สึกวังเวงใจ เหมือนกับถูกหลอกซ้ำสอง เพราะไม่มั่นใจในอนาคตว่าจะเป็นเช่นใด จะมีงานทำเพื่อยังชีพหรือไม่
"ผมไม่เคยรู้สึกสบายใจเลยหลังสงครามยุติลง ข้อตกลงสันติภาพควรจะนำมาซึ่งความสุข แต่พวกเรากลับไม่ได้รับอะไรเป็นการตอบแทน"
หลังจากสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมากว่าสิบปียุติลงเมื่อปี 2549 อดีตนักรบกองโจรกว่า 23,000 คนต้องถูกกักตัวอยู่ในค่ายอบรมที่สหประชาชาติเป็นผู้กำกับดูแล ระหว่างรอการชี้ชะตาว่าจะรวมอดีตทหารกองโจรเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพได้อย่างไร
โดยยูเอ็นได้ให้เงินสนับสนุนโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ให้แก่อดีตนักรบเพื่อป้องกันไม่ให้นักรบเหล่านี้ถูกหลอกให้ไปสังกัดกับกลุ่มอาชญากรรมหรือพวกมาเฟียใหญ่ในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มีสายสัมพันธ์กับนักการเมือง
ภายใต้โครงการนี้ อดีตนักรบจะถูกส่งไปเรียนหนังสือต่อจนกว่าจะจบได้ประกาศนียบัตร หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องไปเข้าโครงการฝึกอบรมวิชาชีพที่ตัวเองสนใจ รวมไปถึงการทำอาหาร ขับรถหรือตัดเย็บเสื้อผ้า ระหว่างที่อบรมโครงการฝึกวิชาชีพเป็นเวลา 6 เดือน ยูเอ็นจะให้เงินช่วยเหลือคนละ 3,000 รูปีหรือกว่า 1,200 บาท ซึ่งอดีตทหารเด็กจะต้องเจียดเป็นค่าที่พักร่วมกับเพื่อนทหารเด็กด้วยกัน
อย่างไรก็ดี ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยูเอ็นได้คัดออกอดีตทหารเด็กราว 4,000 รายเนื่องจากมีอายุไม่ถึง 18 ปี มิฉะนั้นจะถือว่าขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ถ้าใครถูกปลดประจำการ ทางการจะออกบัตรประชาชนที่บอกรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ฟรี สำหรับโทรมาขอข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงการฝึกอบรมอาชีพ ซึ่งสิทธิพิเศษนี้จะมีอายุแค่ปีเดียวเท่านั้น
ปรากฏว่าช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา มีอดีตนักรบเหมาอิสต์กว่า 900 คนได้ใช้เบอร์โทรฟรี โทรมาถามไถ่รายละเอียดของโครงการฝึกอาชีพด้วยความสนใจยิ่ง
อดีตทหารเด็กบางรายยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ยอมเรียนหนังสือตอนเด็กๆ แต่ก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทหารปลดแอก
"ตอนที่ต้องออกจากกองทัพ ผมรู้สึกเศร้ามาก เพราะหมายถึงจะต้องจากกับเพื่อนๆ ที่เคยสู้รบกันมา และผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องไป แต่ตอนนี้ผมไม่คิดอะไรมากแล้ว คิดแต่จะหาเงินเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น"
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



