
บอร์ดปฏิรูปการเมืองเสนอรื้อใหญ่รธน.ลดอำนาจรัฐ
บอร์ดปฏิรูปการเมือง เสนอ รื้อใหญ่รธน. ลดอำนาจรัฐ สังคายนากระบวนการยุติธรรม ผ่าตัดตร. แก้แล้ว ม. 190 เพิ่มประเภทสัญญาที่ต้องผ่านสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 ก.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 3 โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
นายเจษฎ์ โทณะวณิก โฆษกคณะกรรมการฯแถลงหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณา ม.190 โดยเห็นควรให้กำหนดประเภทของหนังสือสัญญาที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ชัดเจนขึ้น โดยได้บัญญัติวรรคสามขึ้นมาใหม่มีเนื้อหาว่า “หนังสือสัญญาใดมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ”
นอกจากนี้ยังให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดกรอบการเจรจา ขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาตามวรรคสาม รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวและประชาชนทั่วไป ส่วนในกรณีที่มีปัญหาการตีความว่าหนังสือสัญญาดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่ ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณา มาตรา 265 และมาตรา 266 เรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเรื่องบทบาทการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
นายเธียรชัย ณ นคร เลขานุการคณะอนุกรรมการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองไทย กล่าวว่า เนื่องด้วยโครงสร้างของรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาให้ต้องพิจารณามาก อนุกรรมการฯจึงได้แบ่งคณะทำงานออกเป็น 2 ชุดประกอบด้วย คณะอนุกรรมการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง และคณะอนุกรรมการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยคณะทำงานทุกชุดได้ประชุมแล้ว 2 ครั้งสรุปว่าจะเน้นพิจารณา 3 ส่วนประกอบด้วย 1.ความสัมพันธ์ของสถาบันการเมือง 2.อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ และ 3.การกระจายอำนาจ นอกจากนี้ยังจะพิจารณาถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับประชาชน โดยวางเป้าหมายว่ารัฐธรรมนูญจะต้องออกแบบให้รัฐมีขนาดเล็กลง เพราะที่ผ่านมารัฐมีอำนาจหน้าที่กว้างขวางมากเกินไป
นายเธียรชัย กล่าวว่า ที่ประชุมยังจะพิจารณาถึงแนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยปรับโครงสร้างตำรวจให้มีขนาดเล็กลง ผ่องถ่ายงานที่ไม่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานอื่น รวมทั้งดึงอัยการเข้ามาร่วมในการจัดทำสำนวนคดี ส่วนอัยการต้องทำให้ปลอดจากการถูกครอบงำทางการเมือง ขณะเดียวกันต้องป้องกันศาลให้เป็นอิสระ สามารถตอบสนองความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ต้องเพิ่มบทบาทของประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมทั้งสามส่วนให้มากขึ้นด้วย
นายทวี สุรฤทธิกุล เลขานุการ คณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมกับประชาชนในการสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา 4 คณะประกอบด้วย คณะทำงานส่วนกลาง คณะทำงานส่วนภูมิภาค คณะทำงานสื่อสารสังคม และคณะทำงานวิชาการ เพื่อประสานความร่วมมือในการแสดงความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากได้จัดทำแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็นแล้วจะเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ทั้งทางเว็ปไซต์ ไปรษณีย์ โทรศัพท์ โดยจะประสานกับคณะกรรมการของนายอานันท์ ปันยารชุน และนพ.ประเวศ วะสี อย่างใกล้ชิด ขณะนี้ได้มีการประสานเครือข่ายประชาชนกว่า 30 แห่งพร้อมทั้งนำข้อเสนอของประชาชนจากโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิดมาร่วมพิจารณาด้วย โดยคาดว่าจะเริ่มได้ประมาณปลายเดือนส.ค. 2553
นายวุฒิสาร ตันไชย เลขานุการคณะกรรมการฯ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ได้มีการเสนอรัฐจำนวน 20.45 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะใช้สำหรับงานรับฟังความเห็นของประชาชนจำนวน 15 ล้านบาท นอกจากนั้นจะเป็นค่าเบี้ยประชุมและค่าล่วงเวลาของกรรมการ อย่างไรก็ตามต้องรอว่านายรัฐมนตรีอนุมัติทั้งหมดหรือไม่



