
อีสานโพลล์เผยคนอีสานหนุนรบ.อภิสิทธิ์อยู่ต่อ
อีสานโพลล์ มข.เผยคนอีสาน 62 % หนุนให้รัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่ต่อ เหตุต้องการการทำงานที่ต่อเนื่อง โดยพอใจด้านเศรษฐกิจถึง52 % และด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 53 % แต่ไม่หนุนด้านการเมืองเหตุวุ่นวายมากถึง 61 % "อภิสิทธิ์" ปัดตั้งธงเลือกตั้งปีหน้า เผยรบ.ไม่จำเป็นอยู่
(14ก.ค.) ผศ.ดร.กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน เปิดเผยว่า โครงการสำรวจภาคสนามของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ อีสานโพลล์ ในครั้งนี้ ได้ทำการวิจัยเรื่อง “ เสียงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลของชาวอีสาน ” ซึ่งดำเนินโครงการ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจากกลุ่มประชากรเป้าหมาย คือ ประชากรที่อาศัยอยู่ในภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่นมหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หนองคาย ชัยภูมิ เลย อุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ การสัมภาษณ์ หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยได้ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของแบบสอบถามทุดชุดก่อนนำเข้าวิเคราะห์ข้อมูล
โดยจากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายเพศหญิง จำนวน 57.7% ชาย 42.3 % อยู่ในช่วงอายุ 50 - 59 ปี มากที่สุด ถึง 27.8 % รองลงมาคือ ช่วงอายุ 40 - 49 ปี จำนวน 27.3 % ช่วงอายุ 30 - 39 ปี จำนวน 18.9% อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 12.7 % ช่วงอายุ 20 - 29 ปี จำนวน 12.5 % และช่วงอายุ 18 - 20 ปี จำนวน 0.7 % ระดับการศึกษา อยู่ในระดับ ไม่ได้เรียนหนังสือ/ประถมศึกษามากที่สุดถึง 34.4 % รองลงมาคือ ระดับ ปริญญาตรี 24.2% ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 13.9 % ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. 13.6% ระดับ อนุปริญญา/ปวส. 6.9% ระดับปริญญาโท 6.0 % และระดับปริญญาเอก 1.0 %
โดยเป็นอาชีพ เกษตรกรรม มากที่สุด 32.1 % รองลงมาคือ รับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 20.8% รับจ้างทั่วไป/ใช้แรงงาน 17.0% ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 16.3% พนักงานบริษัทเอกชน 6.0% พ่อบ้าน/แม่บ้าน 5.0% นักเรียน/นักศึกษา 2.4% และอื่นๆ 0.5% โดยกลุ่มตัวอย่างมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดขอนแก่นมากที่สุด 28 . 1 % รองลงมาคือ จังหวัดนครราชสีมา 13 . 1 และกาฬสินธุ์ 9 . 4 % และจังหวัดอื่น
ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ประชาชนชาวอีสานสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ถึง 62 % และไม่สนับสนุน เพียง 38 % โดยในด้านการเมือง พบว่า สนับสนุน 39 % และไม่สนับสนุน 61 % ด้านเศรษฐกิจ พบว่า สนับสนุน 52 % และไม่สนับสนุน 48 % ด้าน สังคมและสิ่งแวดล้อม พบว่า สนับสนุน 53 % และไม่สนับสนุน 47 %
"โดยประเด็นสำคัญ ปัญหาการเมืองยังคงเป็นประเด็นหลักที่ชาวอีสานให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในด้านนี้น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ เพราะมีสัดส่วนการสนับสนุน 39 % ขณะที่ไม่ให้การสนับสนุน 61 % อย่างไรก็ตาม สัดส่วนไม่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ได้ลดลงจากการสำรวจครั้งที่ 2 เมื่อปลายเดือน พ.ค. โดยตัวเลขลดลงจาก 66 % ส่วนในภาพรวมนั้น ชาวอีสานส่วนใหญ่ 62% ยังคงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลต่อไปเพราะต้องการความต่อเนื่องของนโยบายทั้งด้านการเมือง และด้านเศรษฐกิจซึ่งตัวเลขสนับสนุนการทำงานด้านเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นจาก 48% เป็น 52% จากการสำรวจครั้งที่ 2 เช่นเดียวกัน ยกเว้นประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ชาวอีสานให้การสนับสนุนลดลงจาก 56% เป็น 53% ดังนั้นรัฐบาลนอกจากจะให้ความสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ทางการเมือง และเศรษฐกิจแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นด้านที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของชาวอีสานด้วย"ผศ.ดร.กัลปพฤกษ์ กล่าว
"อภิสิทธิ์" ปัดตั้งธงเลือกตั้งปีหน้า
เมื่อเวลา 13.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ถึงกรณีที่กล่าวกับนายจิอันนี เวอร์เนตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตรมช.ต่างประเทศอิตาลี ที่เข้าพบเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ว่าจะมีการเลือกตั้งในปีหน้าเหมือนกับเป็นการตั้งธงเอาไว้ว่า ไม่ใช่ว่ามีการตั้งธงไว้แล้ว เพียงแต่มีการสอบถามกันคร่าวๆ ว่าสภาจะครบอายุเมื่อไหร่ และความเป็นไปได้ในการที่จะมีการเลือกตั้งเร็วขึ้นก็มีอยู่ ความจริงนายจิอันนีก็ติดตามการเมืองไทยค่อนข้างละเอียด มีการพูดถึงช่วงที่รัฐบาลเคยเสนอว่าจะให้มีการเลือกตั้งในปลายปีนี้ (2553) ซึ่งท่านเองก็ยังบอกว่ามันเร็วมาก เมื่อถามว่าแสดงว่าในความคิดของนายกรัฐมนตรียังเห็นว่าไม่จำเป็นที่รัฐบาลชุดนี้ จะต้องอยู่จนครบวาระ นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบรับว่า “ครับ”
เมื่อถามว่าจะมีปัจจัยอะไรที่จะตัดสินใจว่าจะอยู่ครบหรือไม่ครบวาระ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการที่จะผ่อนคลายไปสู่การเลือกตั้ง ถ้าเห็นว่ามันสามารถช่วยทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ก็เป็นจุดยืนของตนมาตลอด แต่การที่จะเกิดจุดตรงนั้นได้ก็อยู่ที่เงื่อนไขของความร่วมมือในการไม่ให้เกิดความรุนแรง เมื่อถามว่าจากวันนี้ไปจนถึงกลางปีหน้าคิดว่าสถานการณ์จะนิ่งพอที่จะยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับอนาคต จากนี้ไปที่จะต้องดูว่าการตอบสนองของฝ่ายต่างๆเป็นอย่างไร
“ในชั้นนี้และวันนี้ยังเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากอยู่ด้วยทัศนคติของบางกลุ่มซึ่งกลับมองว่าต้องใช้ความรุนแรงกดดัน ขณะที่รัฐบาลพยายามที่จะส่งสัญญานครั้งแล้วครั้งเล่าว่าในทางตรงกันข้ามถ้า ความคิดเห็นที่แตกต่างถูกสะท้อนออกมาว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง การเลือกตั้งใหม่ก็จะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าความยากที่ว่าเป็นเพราะทัศนคติของคนบางกลุ่มหรืออยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมหยุดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มันก็คงเชื่อมโยงกัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล (www.thaigov.go.th) เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในปีหน้า จะเร็วหรือช้านั้นต้องพิจารณาถึงเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ และการยอมรับในกฎ กติกาของรัฐสภา เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและปราศจากความรุนแรง



