ข่าว

อีสานโพลล์เผยคนอีสานหนุนรบ.อภิสิทธิ์อยู่ต่อ

อีสานโพลล์เผยคนอีสานหนุนรบ.อภิสิทธิ์อยู่ต่อ

14 ก.ค. 2553

อีสานโพลล์ มข.เผยคนอีสาน 62 % หนุนให้รัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่ต่อ เหตุต้องการการทำงานที่ต่อเนื่อง โดยพอใจด้านเศรษฐกิจถึง52 % และด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 53 % แต่ไม่หนุนด้านการเมืองเหตุวุ่นวายมากถึง 61 % "อภิสิทธิ์" ปัดตั้งธงเลือกตั้งปีหน้า เผยรบ.ไม่จำเป็นอยู่

(14ก.ค.) ผศ.ดร.กัลปพฤกษ์   ผิวทองงาม  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน  เปิดเผยว่า โครงการสำรวจภาคสนามของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  หรือ อีสานโพลล์ ในครั้งนี้ ได้ทำการวิจัยเรื่อง “ เสียงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลของชาวอีสาน ” ซึ่งดำเนินโครงการ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจากกลุ่มประชากรเป้าหมาย คือ ประชากรที่อาศัยอยู่ในภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่นมหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หนองคาย ชัยภูมิ เลย อุบลราชธานี อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ การสัมภาษณ์ หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยได้ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของแบบสอบถามทุดชุดก่อนนำเข้าวิเคราะห์ข้อมูล

 โดยจากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายเพศหญิง    จำนวน 57.7% ชาย  42.3 % อยู่ในช่วงอายุ  50 - 59 ปี มากที่สุด ถึง 27.8 %  รองลงมาคือ ช่วงอายุ 40 - 49 ปี จำนวน 27.3 % ช่วงอายุ 30 - 39 ปี จำนวน 18.9% อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 12.7 %  ช่วงอายุ 20 - 29 ปี จำนวน 12.5 % และช่วงอายุ 18 - 20 ปี จำนวน 0.7 % ระดับการศึกษา             อยู่ในระดับ ไม่ได้เรียนหนังสือ/ประถมศึกษามากที่สุดถึง 34.4 %  รองลงมาคือ ระดับ ปริญญาตรี  24.2%  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 13.9 %  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. 13.6%  ระดับ อนุปริญญา/ปวส.  6.9%  ระดับปริญญาโท 6.0 %  และระดับปริญญาเอก 1.0 %

 โดยเป็นอาชีพ เกษตรกรรม มากที่สุด  32.1 %  รองลงมาคือ รับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ  20.8%  รับจ้างทั่วไป/ใช้แรงงาน  17.0% ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 16.3%  พนักงานบริษัทเอกชน  6.0%  พ่อบ้าน/แม่บ้าน  5.0%    นักเรียน/นักศึกษา 2.4%  และอื่นๆ  0.5% โดยกลุ่มตัวอย่างมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดขอนแก่นมากที่สุด  28 . 1 % รองลงมาคือ จังหวัดนครราชสีมา 13 . 1  และกาฬสินธุ์  9 . 4 %  และจังหวัดอื่น

 ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ประชาชนชาวอีสานสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ถึง  62 %  และไม่สนับสนุน เพียง  38 % โดยในด้านการเมือง พบว่า สนับสนุน  39 % และไม่สนับสนุน  61 % ด้านเศรษฐกิจ พบว่า สนับสนุน  52 %  และไม่สนับสนุน   48 % ด้าน สังคมและสิ่งแวดล้อม        พบว่า สนับสนุน  53 %  และไม่สนับสนุน   47 %

 "โดยประเด็นสำคัญ ปัญหาการเมืองยังคงเป็นประเด็นหลักที่ชาวอีสานให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในด้านนี้น้อยที่สุด เมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ เพราะมีสัดส่วนการสนับสนุน 39 % ขณะที่ไม่ให้การสนับสนุน 61 % อย่างไรก็ตาม สัดส่วนไม่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ได้ลดลงจากการสำรวจครั้งที่ 2 เมื่อปลายเดือน พ.ค. โดยตัวเลขลดลงจาก 66 % ส่วนในภาพรวมนั้น ชาวอีสานส่วนใหญ่  62%   ยังคงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลต่อไปเพราะต้องการความต่อเนื่องของนโยบายทั้งด้านการเมือง และด้านเศรษฐกิจซึ่งตัวเลขสนับสนุนการทำงานด้านเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นจาก 48%  เป็น  52%  จากการสำรวจครั้งที่ 2 เช่นเดียวกัน ยกเว้นประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ชาวอีสานให้การสนับสนุนลดลงจาก 56%  เป็น 53%  ดังนั้นรัฐบาลนอกจากจะให้ความสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ทางการเมือง และเศรษฐกิจแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นด้านที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของชาวอีสานด้วย"ผศ.ดร.กัลปพฤกษ์ กล่าว

"อภิสิทธิ์" ปัดตั้งธงเลือกตั้งปีหน้า

 เมื่อเวลา 13.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ถึงกรณีที่กล่าวกับนายจิอันนี เวอร์เนตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตรมช.ต่างประเทศอิตาลี ที่เข้าพบเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ว่าจะมีการเลือกตั้งในปีหน้าเหมือนกับเป็นการตั้งธงเอาไว้ว่า ไม่ใช่ว่ามีการตั้งธงไว้แล้ว เพียงแต่มีการสอบถามกันคร่าวๆ ว่าสภาจะครบอายุเมื่อไหร่ และความเป็นไปได้ในการที่จะมีการเลือกตั้งเร็วขึ้นก็มีอยู่ ความจริงนายจิอันนีก็ติดตามการเมืองไทยค่อนข้างละเอียด มีการพูดถึงช่วงที่รัฐบาลเคยเสนอว่าจะให้มีการเลือกตั้งในปลายปีนี้ (2553) ซึ่งท่านเองก็ยังบอกว่ามันเร็วมาก เมื่อถามว่าแสดงว่าในความคิดของนายกรัฐมนตรียังเห็นว่าไม่จำเป็นที่รัฐบาลชุดนี้ จะต้องอยู่จนครบวาระ นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบรับว่า “ครับ”

 เมื่อถามว่าจะมีปัจจัยอะไรที่จะตัดสินใจว่าจะอยู่ครบหรือไม่ครบวาระ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการที่จะผ่อนคลายไปสู่การเลือกตั้ง ถ้าเห็นว่ามันสามารถช่วยทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ก็เป็นจุดยืนของตนมาตลอด แต่การที่จะเกิดจุดตรงนั้นได้ก็อยู่ที่เงื่อนไขของความร่วมมือในการไม่ให้เกิดความรุนแรง เมื่อถามว่าจากวันนี้ไปจนถึงกลางปีหน้าคิดว่าสถานการณ์จะนิ่งพอที่จะยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับอนาคต จากนี้ไปที่จะต้องดูว่าการตอบสนองของฝ่ายต่างๆเป็นอย่างไร

 “ในชั้นนี้และวันนี้ยังเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากอยู่ด้วยทัศนคติของบางกลุ่มซึ่งกลับมองว่าต้องใช้ความรุนแรงกดดัน ขณะที่รัฐบาลพยายามที่จะส่งสัญญานครั้งแล้วครั้งเล่าว่าในทางตรงกันข้ามถ้า ความคิดเห็นที่แตกต่างถูกสะท้อนออกมาว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรง การเลือกตั้งใหม่ก็จะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าความยากที่ว่าเป็นเพราะทัศนคติของคนบางกลุ่มหรืออยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ยอมหยุดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มันก็คงเชื่อมโยงกัน”

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล (www.thaigov.go.th) เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในปีหน้า จะเร็วหรือช้านั้นต้องพิจารณาถึงเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศ และการยอมรับในกฎ กติกาของรัฐสภา เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและปราศจากความรุนแรง