
รวบ"เสธ.ต้อม"อ้าง"ป๋าเปรม"ตุ๋นขรก.
รวบ "เสธ.ต้อม" อดีตทหารม้าอ้างเป็นนายทหารติดตาม "ป๋าเปรม" ตุ๋นเงินข้าราชการกระทรวงศึกษา 2 แสน บอกสามารถฝากเด็กเข้าทำงานการทางพิเศษฯ ความแตกเมื่อเจอนายทหารตัวจริงจึงวางแผนจับ พบประวัติเป็นพี่นายตำรวจยศพ.ต.อ.สังกัดสตม. เคยก่อคดีฉ้อโกงหลายพื้นที่ทั้งกทม.-ปริ
เหตุการณ์จับกุมอดีตนายทหารยศพันตรี แอบอ้างเป็นนายทหารคนสนิท "ป๋าเปรม" ต้มตุ๋นเงิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันแถลงผลตำรวจสืบสวน สน.สามเสน ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.นางเลิ้ง จับกุมนายปณต อดิศักดิ์ธาดา หรือต้อม หรือนายวิทยา คำชำนาญ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192/30 หมู่ 1 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นพี่ชายของ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สส.กก.1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดยแอบอ้างเป็นนายทหารเสนาธิการประจำตัว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ หลอกเงินผู้เสียหายว่าสามารถฝากคนเข้าทำงานในการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
พร้อมของกลาง เงินสด 5,500 บาท สำเนาธนบัตร จำนวน 5,500 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และนามบัตรระบุชื่อ พล.ต.พิศณุ พุทธวงศ์ แต่เป็นภาพถ่ายของผู้ต้องหา แจ้งข้อหาฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ตามคดีอาญาที่ 504/2553 สน.นางเลิ้ง จับกุมได้บริเวณในคุรุสภา ถนนราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 21.00น. วันที่ 13 กรกฎาคม
ด้าน พ.ต.อ.ชยุต มารยาตร์ ผกก.สามเสน เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้เสียหายมีโอกาสรู้จักกับผู้ต้องหาเพราะผู้เสียหายมีอาชีพเป็นข้าราชการครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต้องการฝากบุตรเข้าทำงานภายในการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยผู้เสียหายได้รับคำแนะนำจากเพื่อนว่า รู้จักกับเสธ.คนหนึ่งสามารถฝากให้ได้ จึงติดต่อและชักนำให้รู้จักกับ "เสธ.ต้อม" และมีการนัดหมายมาตกลงเรื่องเงินในการฝากลูกเข้าทำงานที่ราคา 2 แสนบาท โดยผู้ต้องหาแสดงบัตรให้ดูและบอกว่า ตนเองคือ พล.ต.พิศณุ พุทธวงศ์ ตำแหน่งเสนาธิการทหารประจำตัว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จากนั้นได้นัดหมายจ่ายเงินส่วนแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นเงิน 5 หมื่นบาทบริเวณร้านอาหารในราชตฤณมัยสโมสร ถนนพิษณุโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ
ต่อมาวันที่ 13 กรกฎาคม เวลาประมาณ 20.00 น.ได้นัดหมายผู้ต้องหามารับเงินส่วนที่เหลือ ที่ร้านอาหารในคุรุสภา แต่ผู้เสียหายเกิดความสงสัยจึงไปตรวจสอบที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม และพบกับ พล.ต.พิศณุ ตัวจริงซึ่งไม่ใช่คนเดียวกับที่ผู้ต้องหาแอบอ้าง จึงเข้าร้องทุกข์ที่ สน.นางเลิ้ง และได้วางแผนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของ สน.สามเสน เพื่อร่วมกันจับกุม
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า จบนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 37 เตรียมทหารรุ่นที่ 26 ลาออกจากราชการขณะยศพันตรี เมื่อปี พ.ศ.2546 สังกัดกองพันทหารม้าที่ 2 สนามเป้า เนื่องจากป่วย หลังจากนั้นมาทำอาชีพส่วนตัว รวมทั้งยังคุมผับบริเวณรัชดาฯ มีฉายาว่า “เสี่ยต้อม” ส่วนผู้เสียหายที่รู้จักกันจะมีลูกน้องแนะนำให้ และยังเคยช่วยเหลือบางคนได้จริงเช่น ฝากลูกหลานเข้าโรงเรียนสวนกุหลาบ ฯลฯ ส่วนเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงลักษณะนี้ได้เงินขั้นต่ำ 2 แสนบาท มากสุด 3 แสนบาท ส่วนเงินที่ได้มาก็จะนำมาแบ่งกับลูกน้อง
นอกจากนี้ผู้ต้องหารายนี้ยังเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม จับกุมได้ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดลักษณะเดียวกัน พร้อมของกลางชุดเครื่องแบบทหารยศพลตรี 1 ชุด บัตรประจำตัวข้าราชการกระทรวงกลาโหม 1 ใบ โดยมี น.ส.หน่อย (นามสมมติ) นักธุรกิจสาวผู้เสียหายรายหนึ่งตกเป็นเหยื่อ จากการแนะนำของเพื่อนโดยว่าจ้างให้ผู้ต้องหาไปติดต่อขอกู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่งเพื่อทำธุรกิจ โดยอ้างตัวว่าเป็นนายทหารยศพลตรี และเป็นเสธ.ประจำตัว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สามารถติดต่อให้ธนาคารอนุมัติเงินกู้ให้ น.ส.หน่อย ได้ โดยขอค่าใช้จ่ายในการติดต่อ 1 แสนบาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงมอบเงินให้ไปก่อน 88,000 บาท แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่สามารถช่วยเหลือให้ผู้เสียหายกู้เงินจากธนาคารได้
เมื่อผู้เสียหายเชื่อว่าถูกอดีตนายทหารผู้นี้หลอกลวงแน่นอน จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม และวางแผนจับกุมดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงและสวมเครื่องแบบ หรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ใช้ยศ ตำแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และข้อหาปลอมหรือใช้เอกสารราชการปลอมควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จากนั้นพ้นโทษออกมาก่อเหตุดังกล่าวซ้ำอีก โดยอ้างว่าทำเพราะต้องการหาเงินไปรักษาตัวและเลี้ยงดูลูกน้อง
จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันหลายครั้งดังนี้ สน.ท่าข้าม คดีอาญาที่ 164/2553 หมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 396/2553 วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 ข้อหาฉ้อโกง, สภ.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ คดีอาญาที่ 212/2553 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 ข้อหาฉ้อโกง, สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี คดีอาญาที่ 173/2551 วันที่ 16 มกราคม 2551 ข้อหาสวมเครื่องแบบโดยไม่มีสิทธิ์ (หลบหนีประกันชั้นศาล) และกองปราบปราม (แผนก3 กก.1 ป.) คดีอาญาที่ 147/2550 วันที่ 14 ตุลาคม 2550 ข้อปลอมแปลงเอกสาร ศาลปรับ 2,000 บาท จำคุก 6 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี และเชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุลักษณะนี้มานาน ซึ่งจากการสอบปากคำทราบว่ามีผู้เสียหายกว่า 10 ราย หากผู้เสียหายต้องการดูตัวให้ไปที่ สน.นางเลิ้ง



