ข่าว

เขมรห้ามแรงงานเดินขบวนต้านไทยรุกชายแดน

เขมรห้ามแรงงานเดินขบวนต้านไทยรุกชายแดน

14 ก.ค. 2553

พนมเปญไม่อนุญาตให้สหภาพแรงงานเดินขบวนในวันพรุ่งนี้เพื่อต้านไทยกรณีรุกล้ำชายแดน ด้าน"อนุพงษ์"ปัดไม่ขอวิพากษ์เขมรจัดงานวัน”โกรธแค้นไทย” หวั่นเป็นประเด็นลุกลาม ยันความสัมพันธ์ทหารไทย-กัมพูชายังดีอยู่

(14ก.ค.) เวบไซต์เคไอ-มีเดีย ดอต บล็อกสปอต ดอต คอม ได้เผยแพร่ข่าวจากเรดิโอ ฟรานซ์ อินเตอร์ แนชันแนลเมื่อวันจันทร์ว่า ทางการกรุงพนมเปญของกัมพูชามีมติเพื่อวันอาทิตย์ปฏิเสธคำขอของสหพันธ์สหภาพแรงงานกัมพูชาที่จะจัดเดินขบวนต่อต้านกรณีทหารไทยล่วงล้ำชายแดนกัมพูชาในวันพฤหัสบดี  แต่จะอนุญาตให้ทางสหพันธ์ชุมนุมภายในสำนักงานของตัวเองได้ขณะที่นายรง ชุน ประธานสหพันธ์ฯ ยืนยันว่าจะเดินขบวนตามกำหนด

 ทางการกรุงพนมเปญ อธิบายว่า เหตุผลที่ไม่อนุญาตให้เดินขบวนเพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัย ความมั่นคง และความสงบเรียบร้อย แต่เมื่อทางสหพันธ์ยืนยันจะเดินขบวน ก็จะส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยตัดสินใจ

 สหพันธ์ฯได้ยื่นหนังสือขออนุญาตตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยแจ้งว่าจะชุมนุมในสวนสาธารณะหน้าศาลฎีกา และจะเดินขบวนไปวางดอกไม้ที่หน้าอนุสาวรีย์เอกราช

 นายรง ชุน บอกว่า รู้สึกไม่พอใจต่อการตัดสินใจของทางการพนมเปญ และหวังว่ากระทรวงมหาดไทยจะอนุมัติให้เดินขบวนได้ แต่หากกระทรวงฯไม่อนุญาต ก็จะยังจัดเดินขบวนให้ได้

 ความพยายามดังกล่าวมีขึ้นในโอกาสครบรอบ 2 ปีของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ทางสหพันธ์ต้องการชุมนุมในวันที่ 15 กรกฎาคม ซึ่งถือว่าเป็นวันแห่งความโกรธแค้น เนื่องจากเป็นวันที่ทหารไทยได้เคลื่อนกำลังเข้าไปในเขตวัดแก้วสิขาคีรีสวรักษ์ ใกล้กับปราสาทพระวิหาร เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของปราสาทพระวิหารและกัมพูชามองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการรุกราน

 ด้านพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาจะมีการจัดงานวันโกรธแค้นไทย ว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง2 ฝ่ายยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่มีสิ่งบอกเหตุอะไร ส่วนลึกเข้าไปตามที่เป็นข่าวนั้นตนคงไม่วิเคราะห์ เพราะจะเป็นประเด็นขึ้นมา อย่างไรก็ตามประชาชนทั้ง 2 ประเทศยังคงต้องอยู่ด้วยกัน ต้องหาแนวทางที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติเหมือนพี่น้องกัน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการตรึงกำลังตามแนวชายแดนนั้น ตอนนี้เหตุการณ์ปรกติไม่มีการตรึงกำลังแต่อย่างใด

 เมื่อถามว่า ในการประชุมร่วมคณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา หรืออาร์บีซี ที่ได้กำหนดจัดการประชุม ระหว่างวันที่ 23 - 24 ต.ค. นี้ ได้ตั้งกรอบหารือไว้อย่างไรบ้าง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถือเป็นการใช้กลไกติดต่อในช่องทางหนึ่ง ซึ่งการประชุมอาร์บีซีนั้นจะต้องมีกองเลขาของทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมประเด็นที่จะพูดคัญกัน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการทำให้แนวชายแดนทั้ง 2 ฝ่ายของกองทัพภาคที่ 1กับภูมิภาคทหารที่ 5 เกิดความสงบสุข ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายคงเตรียมหัวข้อที่จะหารือกันเรียบร้อยแล้ว รวมถึงการหาช่องทางให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนเกิดปกติสุข

 เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังแน่นแฟ้นอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ระดับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี ยังมีการติดต่อกันระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูง