
ปฏิรูปสื่อของรัฐให้เป็นของคุณและของประชาชน
ฟัง คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทางวิทยุจุฬา เช้าวันที่ 13 กรกฎาคม พูดถึงเรื่องปฏิรูปสื่อรัฐ พอจะสรุปได้ว่า โอกาสที่จะให้พรรคเพื่อไทยพรรคฝ่ายค้านมีเวลาพอๆ กับ "นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์" ทางช่อง 11 นั้น เห็นจะยาก
เพราะว่าคุณองอาจอ้างว่าพยายามจะจัดให้มีการดีเบตของคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง แต่พิธีกรหลายคนที่ได้รับเชิญต่างก็พยายามที่จะปฏิเสธอย่างสุภาพ เพราะว่าไม่ต้องการตกอยู่ในฐานะลำบากใจ ถูกมองว่าเอียงข้างโน้นบ้างเอียงข้างนี้บ้าง
คุณองอาจ บอกว่า อาจจะมาในรูปของการให้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านมานั่งอธิบายความเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับกฎหมายที่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีหรือในสภา ถ้าเป็นเช่นนั้นก็แปลว่าจะเป็นนักการเมืองที่ได้มาออกรายการและขณะเดียวกันโอกาสที่ประชาชนทั่วไปจะได้ใช้เวทีของสื่อรัฐนั้นเห็นจะยาก
ความจริงถ้าหากรัฐบาลมองให้กว้างมองให้ชัดก็จะรู้ว่า สื่อของรัฐนั้นไม่ได้แปลว่าเป็นสื่อของรัฐบาลหรือนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจในขณะใดขณะหนึ่ง แต่เป็นสื่อของประชาชนที่ควรจะใช้เพื่อการสื่อสารระหว่างกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อจะสะท้อนถึงความคิดเห็นของประชาชนทุกฝ่าย เพราะนี่คือกระบวนการประชาธิปไตยโดยแท้จริง
แต่ทุกวันนี้การถกเถียงกันการพยายามจะยึดช่อง 11 หรือว่าสื่อของรัฐอื่นๆ นั้น เป็นเรื่องของนักการเมืองระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านเท่านั้น ประชาชนไม่ได้มีสิทธิ์ไม่ได้มีส่วนแต่ประการใดทั้งสิ้น
ฉะนั้นถ้าหากจะมีการปฏิรูปสื่อของรัฐจะต้องมีคณะกรรมการที่ประชาชนมีตัวแทนมาตัดสินชี้ทิศทางว่าจะใช้สื่อของรัฐเพื่อประโยชน์ของประชาชนในการซักทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านและหน่วยงานอื่นๆ ได้อย่างไร แทนที่จะมาแค่แบ่งว่ารัฐบาลได้เวลาเท่าไหร่ ฝ่ายค้านได้เวลาเท่าไหร่เท่านั้น
ฉะนั้นถ้าจะปฏิรูปสื่อของรัฐต้องเริ่มต้นจากทิศทางแนวคิดและความเข้าใจคำว่า ประชาธิปไตยที่มาจากปวงชนให้ชัดเจนเสียก่อน
สุทธิชัย หยุ่น



