
เทพไทรายวัน
คล้ายจะเป็นทัพหน้า ปะทะกับข้าศึก ก่อนที่ศัตรูจะรุกเข้ามากินแดน นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องออกมาแสดงวาทกรรมตอบโต้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ต้องเสียภาพลักษณ์บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ ซึ่งนายเทพไทรู้ดีว่าสื่อมวลชนมักไม่ใคร่มีข่าวในการนำเสนอ เขาจะต้องมีเรื่องราวใหม่ๆให้ปรากฏเป็นข่าวเสมอ ในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดง ไม่เพียงภาพและเสียงของจตุพร พรหมพันธุ์ รายวันเท่านั้น หากยังปรากฏภาพของเทพไทรายวันด้วย ซึ่งในหลายครั้งเลยเถิดไปเป็นความเห็น อารมณ์ ความรู้สึก และข้อมูลส่วนตัว ที่ดุเดือด สะใจ เอามัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงหรือไม่ หรือจะต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
นายเทพไท เสนพงศ์ แถลงว่าพรรคได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการซ่องสุมกำลังเพื่อฝึกอาวุธไว้เตรียมก่อเหตุของการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในเขต 3 จังหวัด ซึ่งต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่า เป็นเพียงการฝึกตำรวจบ้านเท่านั้น ไม่ว่าใครจะเห็นด้วยกับคนเสื้อแดงหรือไม่ แต่ถ้อยคำที่น่าจะเกิดจากการคาดเดาของโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเกิดความผิดพลาดขึ้นเช่นนี้ ประการหนึ่งได้สะท้อนให้เห็นความไม่น่าเชื่อถือของนายเทพไท เสนพงศ์ ในฐานะส่วนตัว และการเลือกใช้คนไม่เหมาะสมกับงาน ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะโดยหลักการตัวแทน คำพูดของนายเทพไท เสนพงศ์ ก็คือถ้อยคำที่ได้รับฉันทานุมัติให้พูดในนามนายอภิสิทธิ์เอง
ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยแยกแยะให้เห็นชัดเจนเลยว่า เส้นแบ่งในการทำหน้าที่โฆษกส่วนตัวของเขา และการทำหน้าที่ในฐานะส่วนตัว หรือในฐานะ ส.ส.ของนายเทพไท เสนพงศ์ อยู่ตรงจุดไหน เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เขาจึงกล่าวคำ “..เวลาที่เขาบอกว่า เขาเป็นโฆษกส่วนตัวของผม จะเป็นกรณีที่มีคนมาพาดพิงถึงตัวผมในฐานะหัวหน้าพรรค เขาก็จะทำหน้าที่ในการชี้แจงไป แต่บางเรื่อง เป็นเรื่องที่เขาแสดงความเห็นของเขา หรือมีข้อมูลที่เขาเสนอต่อสาธารณะในฐานะ ส.ส.ซึ่งแล้วแต่เรื่อง” แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวที่นายเทพไท เสนพงศ์ กล่าว ล้วนเป็นเรื่องโต้ตอบทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่หน้าที่โดยปกติของ ส.ส.ทั้งสิ้น
นายเทพไท เสนพงศ์ ก็คงไม่แตกต่างไปจาก ส.ส.ส่วนใหญ่ในสภา ที่ชมชอบให้ข่าวและเรื่องราวของตนเองปรากฏบนพื้นที่สาธารณะ ยิ่งปรากฏบ่อยครั้ง ยิ่งจะเป็นต้นทุนสะสมไว้ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป แน่นอนว่า นายเทพไท เสนพงศ์ มีสิทธิที่จะใช้พื้นที่สื่อโต้ตอบ วิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งสื่อมวลชนที่นิยมในการเสนอข่าวแบบปิงปอง คงยินดีที่จะให้โอกาสนายเทพไท พูดผ่านสื่อเท่าที่เขาต้องการ ฐานะความเป็นโฆษกส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นปัจจัยเสริมส่งคุณค่าข่าว ให้คำของนายเทพไท มีน้ำหนัก น่าสนใจมากกว่าคำพูดของนักการเมืองธรรมดาทั่วไป มิรู้ว่าเรื่องราวเหล่านี้ นายเทพไท เสนพงศ์ จะสำเหนียกบ้างหรือไม่



