
ศักดิ์ศรีตำรวจ
ความพยายามของฝ่ายการเมือง ที่มีอำนาจตามกฎหมายตำรวจ เพื่อผลักดันนายตำรวจที่รับใช้นักการเมืองให้ก้าวกระโดดขึ้นเป็นผู้นำสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเดือนตุลาคมนั้น เป็นอันต้องสะดุดลงเพราะรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ที่เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองไม่เล่นด
ข้อสำคัญเป็นเรื่องของตำแหน่งเดียว คนคนเดียว ไม่ใช่มวยหมู่หรือโยกย้ายวาระประจำปี ที่จะมีประโยชน์แลกเปลี่ยนกับการโอบอุ้มลูกน้องหรือบริวาร ดังที่ทำกันมาช้านานแล้ว !
ศักดิ์ศรีตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.ในเหตุการณ์ดังกล่าวจึงยังไม่ชัดเจนว่า ทำเพื่อประโยชน์ขององค์กรและตำรวจทั้งสองแสนคนหรือไม่
บทบาทในฐานะคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มิใช่มีแต่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลเท่านั้น เรื่องการบริหารงานบุคคลก็ยังมีเรื่องของสิทธิประโยชน์ของกำลังพล ซึ่งแตกต่างกับสิทธิกำลังพลของกองทัพอย่างชัดเจน
ฝ่ายทหารจะดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ของกำลังพลอย่างดียิ่ง แม้แต่กำลังพลที่พ้นหน้าที่ราชการไปแล้วก็ยังได้รับการดูแลอย่างดี
มีข่าวทางทหารจัดพิธีมอบเครื่องหมายยศระดับนายพล สำหรับข้าราชการทหารที่เออร์ลี่รีไทร์แล้วได้ยศเพิ่มขึ้น โดยจัดมอบบ่ายศนายพลเพื่อเป็นเกียรติแก่กำลังพลที่รับใช้ประเทศชาติมาเป็นเวลาช้านาน
เมื่อมองย้อนดูวงการตำรวจบ้าง อย่าว่าแต่การแสดงน้ำใจของเหล่าผู้บังคับบัญชาดังเช่นฝ่ายทหารเลย แม้แต่เรื่องสิทธิของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหน่วยราชการอื่นๆ ดำเนินการไปล่วงหน้าแล้ว แต่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่งจะลงมือทำ แล้วยังมีปัญหาเรื่องประโยชน์ของผู้บริหารระดับสูงและบริวารระดับรองลงมาที่ยังดึงเรื่องไว้อย่างน่าเกลียดยิ่ง
ช่วงนี้ยิ่งใกล้วาระการแต่งตั้งประจำปี นายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนใต้ที่ว่าจะได้สิทธิเท่าทวีคูณ ยังเงียบกริบรวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านอื่นด้วย
ศักดิ์ศรีของตำรวจไทยช่างเรียกกลับคืนมายากเย็นจริงๆ สงสัยต้องให้พวกไม้แก่ดัดยากล้มหายตายจากไปจากวงจรข้าราชการตำรวจเสียก่อน นายตำรวจทั้งหลายจึงจะมีความหวัง !?!
คมพิทักษ์ราษฎร์



