
กองทัพปัดมองทักษิณเป็นภัยความมั่นคง
อนุพงษ์"ลั่นไม่เคยเอี่ยวลอบฆ่าทักษิณ ชี้ไม่มีประโยชน์คนไทยจะมีปัญหาขัดแย้งกันเอง พร้อมเมินไม่สนทักษิณโฟนอิน ขอสนใจปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังวิกฤต
(24มี.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินผ่านวีดีโอลิ้งค์กล่าวพาดพิงองคมนตรี และกองทัพ ร่วมมือโค่นล้มระบอบทักษิณ ว่า ตนไม่มองเรื่องนี้ เพราะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเรื่องการสอบสังหาร ตนยืนยันว่าไม่มีมูล ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามย้ำ พ.ต.ท. ทักษิณ ออกมาระบุว่า ผบ.ทบ.มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการทำปฏิวัติ 19 ก.ย.49 พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า มีคำถามอื่นอีกมั้ย เพราะเขารู้กันหมดแล้ว ตนคงไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ แต่เห็นว่าประเทศชาติเรากำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งนักวิชาการออกมาระบุว่าปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจะรุนแรงในเดือนพ.ค.นี้ ทั้งนี้ตนมองว่าจะทำอย่างไรที่จะสร้างสภาวะการณ์ที่มันเอื้ออำนวยต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่จะส่งผลกระทบกับประชาชนตนสนใจในเรื่องนี้มากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดความวุ่นวายมากขึ้นหลังจาก พ.ต.ท. ทักษิณ มีการโฟนอินเข้ามา พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คนไทยคงจะเข้าใจกันดีว่าเรานั้นกำลังมีปัญหาวิกฤต และเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่ควรมีความรุนแรง เมื่อถามว่า ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ มีการโฟนอินปลุกระดมคนไทยให้มาต่อสู้กับทหารหากมีการปฏิวัติอีก พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนความสงบสุขของประเทศชาติคิดว่าคนไทยคงจะเข้าใจว่าไม่มีประโยชน์ที่คนไทยจะมีปัญหาในเรื่องความขัดแย้ง
เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่จะเอาจริงในการดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็น ซึ่งเขาก็มีการดำเนินการอยู่แล้ว เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวพาดพิงว่า ผบ.ทบ.มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติจะทำให้ภาพของกองทัพเสียหายหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องปฏิวัติมันผ่านไปแล้ว และจบไปนานแล้ว ทั้งนี้การชุมนุมในวันที่ 26 มี.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลได้
กองทัพปัดมอง“ทักษิณ”เป็นภัยความมั่นคง
ที่กองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.วิศณุ ศรียะพันธ์ โฆษกกองทัพไทย แถลงถึงการประชุมคณะกรรมการจิตวิทยาแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ว่าโดยที่ประชุมจะรณรงค์เรื่องการปลูกฝังความเอื้ออาทรให้เกิดขึ้นในสังคมไทย อย่างไรก็ตาม จากการประชุมในครั้งที่ผ่านมา พล.อ.ทรงกิตติ มีแนวทางจะสนับสนุนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ผ่านพ้นไปไดด้วยดี ดังนั้น กองทัพก็พร้อมที่จะสนับสนุนการประชุมอาเซียน +3 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 เม.ย.นี้ เพราะต้องการให้ทุกอย่างผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยดีเนื่องจากยังมีหลายเรื่องที่กระทบกับการทำงานของรัฐบาลทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือร่วมใจกัน
พล.ต.วิศณุ กล่าวว่าในการประชุมดังกล่าวที่ประชุมไม่ได้หารือเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 26 มี.ค.นี้ แต่ได้รับคำแนะนำจากผู้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความสมานฉันท์และบทบาทของกองทัพที่เน้นในเรื่องการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ อย่างไรก็ตามเรื่องการชุมนุมในส่วนของกองทัพได้มีการเตรียมการ โดยจะให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อได้รับการร้องขอเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ทั้งนี้ กองทัพเชื่อมั่นในวิจารณญาณของประชาชนที่จะตัดสินใจได้ว่าอะไรควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ
เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายความมั่นคงมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ พล.ต.วิศณุ กล่าวว่า กองทัพไม่ได้คิดเช่นนั้น การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชน
ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่กองทัพบกสนับสนุนกำลังจำนวน 6 พันนายในการดูแลสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 26 มี.ค.นี้ ว่า การดำเนินการจะเป็นไปตามแผนเดิมที่เคยทำ ซึ่งขณะนี้ต้องรอการประเมินสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจึงจะทราบชัดเจนว่าจะส่งกำลังทหารไปดูแลในพื้นที่ใดบ้าง ดังนั้นจึงเป็นการเตรียมการอยู่ในที่ตั้ง หากร้องขอมาจำนวนเท่าใดก็สนับสนุนไปเท่านั้น โดยจะเน้นการดูแลสถานการณ์สถานที่ราชการเป็นหลัก



