ข่าว

เชื่อกนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย0.25%ธปท.หารือแบงก์พาณิชย์ลดสเปรด-ปล่อยกู้เอสเอ็มอี

เชื่อกนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย0.25%ธปท.หารือแบงก์พาณิชย์ลดสเปรด-ปล่อยกู้เอสเอ็มอี

13 ก.ค. 2553

กนง.จ่อขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมงวดนี้ 0.25% ส่วนแบงก์พาณิชย์ยังคงไม่รีบขึ้นตามเหตุมีสภาพคล่องสูง ยอมรับสเปรดดอกเบี้ยมีโอกาสลงได้อีก หลังแบงก์พยายามลดต้นทุนลง แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะ พร้อมกระทุ้งช่วยเอสเอ็มอี

 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 14 กรกฎาคมนี้ มีความเป็นไปได้ที่ กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หลังจาก ธปท.มีการส่งสัญญาณมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งธนาคารก็ได้ประเมินไว้ว่า กนง.มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครึ่งหลังของปี

 สอดคล้องกับความเห็นของนายวศิน ไสยวรรณ ผู้จัดการตลาดบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ระบุว่า หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมากล่าวถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของการประชุมกนง. ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากที่ ธปท.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ ในอัตรา 0.25% ซึ่งตลาดเงินได้คาดการณ์มาก่อนหน้านี้แล้วว่า ธปท.จะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในทันทีหลังจาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ย เพราะสภาพคล่องของธนาคารยังอยู่ในระดับสูง

 นายอภิศักดิ์ กล่าวถึงการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ว่า เป็นการหารือร่วมกันตามปกติ โดย ธปท.ให้ข้อมูลภาพรวมเศรษฐกิจระบุว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตในระดับที่ดี และกระจายไปทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และได้รายงานผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา โดยชมว่าธนาคารพาณิชย์ไทยมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และดำเนินงานได้ดี สามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกต่างๆ และฝ่าฟันวิกฤติต่างๆ ได้

 อย่างไรก็ตาม ธปท. ได้ขอให้ธนาคารพาณิชย์ให้การสนับสนุนสินเชื่อกับผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มหลักที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และ ธปท.ได้แสดงตัวเลขส่วนต่าง (สเปรด) ระหว่างอัตราดอกเบี้ยรายรับสุทธิกับดอกเบี้ยรายจ่ายสุทธิ (NIM) ของธนาคารพาณิชย์ไทยทั้งระบบ พบว่าช่วงที่ผ่านมามีการปรับลดลงต่อเนื่อง และโดยส่วนตัวก็เชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะลดลงได้อีก เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการบ้าง

 “แบงก์ชาติได้แสดงตัวเลขให้เห็นว่าสเปรดลดลงมาต่อเนื่อง ในส่วนของแบงก์เองก็พยายามดูแล โดยหาทางลดต้นทุนของตัวเองลง เพราะถ้าต้นทุนต่างๆ ลดลงได้ การส่งผ่านให้ผู้บริโภคก็คงจะลดลงด้วย” นายอภิศักดิ์กล่าวและว่า ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียม (ฟี) นั้น ที่ผ่านมา ธปท.ได้ส่งทีมสำรวจการคิดค่าธรรมเนียมในส่วนของการติดตามทวงหนี้ ซึ่งก็พบว่าธนาคารพาณิชย์มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมมากขึ้น