ข่าว

จับยกครัวคาบ้านแก๊งค้ากามเด็กสาวเมืองกาญจนบรี

จับยกครัวคาบ้านแก๊งค้ากามเด็กสาวเมืองกาญจนบรี

13 ก.ค. 2553

แฉพฤติกรรมล่อลวงเด็กสาวหลายรายให้ขายตัว ขณะที่สาวใหญ่หัวหน้าแก๊งเผยไม่เคยบังคับใคร เผยเด็กทุกคนสมัครใจทำงานเท่านั้น ป้องลูกชายวัย 16 ที่ถูกจับไม่เกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พ.ต.อ.ทินกร มั่งคั่ง ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ท.พงศ์จักร จักษุรักษ์ พ.ต.ท.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข สว.กก.5 บก.ปคม. พร้อมกำลังตำรวจเข้าจับกุม น.ส.อลิชา หรือ เนาวรัตน์ หรือ กุ้ง สง่าเมือง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/26 หมู่ 5 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายมนตรี ศรีเทียมเพชร หรือไก่ อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1476/2553 และ 1477/2553 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 และนายต๋อง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ 223/2553 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2553 ข้อหาเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารบุคคลอายุกว่า 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี และร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์

 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังตรวจค้นบ้านพักบ้านเลขที่ 85/26 หมู่ 5 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 3 เล่ม สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย สมุดรายชื่อหญิงสาว 16 เล่ม อัลบั้มภาพ 9 เล่ม กล้องถ่ายรูปดิจิทัล คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และฟิวเจอร์บอร์ดมีรูปเด็กสาวติดอยู่ พร้อมกับข้อความว่า “ครอบครัวใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยความรักความสุขที่มีมา เราช่วยกันสร้างสุขสนุกเป็นของเรา (เจ๊กุ้ง รักทุกคน) ขอให้จดจำแต่สิ่งดีๆ และสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นต่อไป”

 พ.ต.อ.ทินกร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูก น.ส.อลิชา หรือเจ๊กุ้ง อาชีพแม่เล้า กับพวก ล่อลวงให้ไปค้าประเวณี นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวอีกหลายรายอยู่ที่บ้านพักหลังดังกล่าว โดย น.ส.อลิชา เรียกเงินจากลูกค้าที่มาใช้บริการญิงสาวจำนวน 1,200 บาท แบ่งให้ 400 บาท ทั้งนี้เมื่อตำรวจตรวจสอบพบการกระทำผิด จึงรวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับจากศาลและติดตามจับกุมดังกล่าว

 จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.อลิชาให้การปฏิเสธอ้างว่า เด็กสาวสมัครใจมาทำงานไม่ได้บังคับ บางคนถูกเพื่อนชักชวนกันมา อย่างไรก็ตามที่ผ่านมายอมรับว่า เคยเกี่ยวข้องกับอาชีพค้าบริการ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว เพราะมีอาชีพขายโทรศัพท์มือถือ ส่วนภาพถ่ายที่มีเป็นภาพที่ถ่ายกันเองกับคนในครอบครัว รวมทั้งภาพที่ติดไว้ในบอร์ดทำขึ้นไว้ เพื่อประดับบ้านเล่นๆ เท่านั้น

 “เรื่องที่เกิดขึ้นแฟนดิฉันกับลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะลูกชายกำลังจะเรียนต่อมัธยมที่กรุงเทพฯ แต่ต้องมาเป็นผู้ต้องหา เสียอนาคตไปด้วยจึงอยากขอความเป็นธรรมด้วย เพราะไม่ได้ทำเป็นครอบครัวอย่างที่ถูกกล่าวหา” น.ส.อลิชา กล่าว

 ภายหลังการสอบปากคำ พ.ต.อ.ทินกรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา และเชื่อว่า ขบวนการดังกล่าวน่าจะมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีกหลายราย ส่วนเด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อต้องเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์แล้ว