ข่าว

อัยการ-กกต.หอบสำนวนยุบพรรคปชป.ให้ศาลรธน.

อัยการ-กกต.หอบสำนวนยุบพรรคปชป.ให้ศาลรธน.

13 ก.ค. 2553

อสส. - กกต. หอบสำนวนยุบพรรคให้ ศาลรธน. ตัดสิน 9 พันกว่าหน้า

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเวลา 13.50 น.นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ในฐานะคณะทำงานของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่รับผิดชอบในสำนวน คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณายุบพรรคในคดีดังกล่าว

 นายวินัย เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในคณะทำงานของ อสส.ที่ดูแลคดีนี้ โดยคณะทำงานดังกล่าวมีพนักงานของ อสส.จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีฝ่ายช่วยเหลือทางกฏหมาย นายภาณุพงศ์ โชติศิลป์ รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นายกิตตินันท์ ทัปประมุข อัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ นายสุกิจ นาพุก อัยการจังหวัดประจำกรมฝ่ายคดีพิเศษ 5 และตน โดยสำนวนในคดีนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 9,678 แผ่น ส่วนคำร้องมีทั้งหมด 62 หน้าซึ่งหากรวมเอกสารประกอบจะมีทั้งสิ้น 89 หน้า สำหรับพยานบุคคลมีทั้งสิ้น 60 คน ซึ่งในส่วนนี้หากศาลนัดไต่สวน กกต.ก็จะเป็นผู้พาพยานมาเอง

 นายวินัย กล่าวอีกว่า อสส.ไม่รู้สึกหนักใจในการที่ต้องทำคดีนี้ เพราะเราทำตามหน้าที่อย่างเป็นกลางโดยยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยระยะเวลาที่ผ่านมาทางรัฐบาลไม่เคยเข้ามาแทรกแซงหรือก้าวก่ายการทำงานของอัยการในคดีนี้ โดยรัฐบาลได้ปล่อยให้เราทำงานอย่างเป็นอิสระ ซึ่งเมื่อ อสส.ส่งเรื่องแล้วก็เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาและวินิจฉัยต่อไป ซึ่งผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไรทุกคนจะต้องยอมรับ

 เมื่อถามต่อว่า ในสำนวนมีการเสนอให้ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคกี่คน นายวินัย กล่าวว่า ในสำนวนทางอสส.เสนอให้ตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ประมาณ 40-50 คน โดยจะตัดสิทธิในส่วนของกรรมการบริหารพรรคที่ทำหน้าที่ในช่วงปลายปี 2547 ถึงช่วงต้นปี 2548 ซึ่งในขณะนั้นนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อถามย้ำว่าในรายชื่อกรรมการบริหารพรรคมีชื่อของนายอภิสิทธิ์ เป็นกรรมการบริหารพรรคร่วมด้วยหรือไม่ นายวินัย กล่าวว่า ทางอัยการไม่ได้มองในส่วนตัวบุคคล แต่เรามองว่าในขณะนั้นใครดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคบ้าง

 จากนั้นเวลา 14.10 น.นายกฤช เอื้อวงศ์ ผอ.สำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กกต.ได้เดินทางมาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อนำเอกสารสำนวนในคดีดังกล่าวมามอบให้ศาลพิจารณาและวินิจฉัย โดยสำนวนดังกล่าวถูกบรรจุใส่ในกล่องจำนวน 54 ใบ ใช้รถกระบะ 3 คันในการขนย้ายสำนวนมายังศาลรัฐธรรมนูญ