ข่าว

อสส.ตั้งทีมอัยการว่าความคดียุบปชป.

อสส.ตั้งทีมอัยการว่าความคดียุบปชป.

13 ก.ค. 2553

อสส.ตั้งอธิบดีอัยการคดีทรัพย์สินฯ และอีก 4 อัยการคดีพิเศษ นั่งทีมว่าความยุบพรรคปชป.

(13ก.ค.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด กล่าวถึงการยื่นคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท ว่า นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ลงนามคำสั่งให้นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย นายภาณุพงษ์ โชติสิน รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นายกิตินันท์ ธัชประมุข อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 5 และนายสุกิจ นาพุก อัยการจังหวัดประจำกรมคดีพิเศษ 5 เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีในศาลรัฐธรรมนูญ ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์

 ส่วนคำร้องที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ได้เสนอคำร้องคดียุบพรรคที่มีเนื้อหาประมาณ 60 หน้า ให้อัยการสูงสุด พิจารณาเพื่อลงนามพร้อมหนังสือของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ส่งรายงานการรวบรวมหลักฐาน เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณียุบพรรคที่คณะทำงานร่วม กกต.-อัยการ ประชุมพิจารณา รวบรวมพยานหลักฐานตามประเด็นที่อัยการสูงสุดมีความเห็นข้อไม่สมบูรณ์ 8 ประเด็นได้ข้อยุติแล้ว จึงให้อัยการสูงสุด ดำเนินการตาม มาตรา 95 พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำร้องคดียุบพรรค ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจาก พรรครับเงินบริจาค จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด ( มหาชน ) ผ่านบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส์ แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เป็นเงิน 263,151,000 บาท โดยทำสัญญาว่าจ้างทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามโครงการต่างๆ เป็นนิติกรรมอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยงการรายงาน การรับบริจาคเงินตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ฯ ปี 2540 มาตรา 63 รัฐธรรมนูญ ฯ ปี 2550 มาตรา 68 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 66 (2) และ (3) , 67 และ พ.ร..บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 94 -95

 และขอให้ศาลสั่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบจะขอจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือ มีส่วนร่วมการขอจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกไม่ได้โดยมีกำหนด 5 ปีนับแต่วันที่ถูกยุบ รวมทั้งให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ขณะเกิดเหตุ ที่มีส่วนร่วม รู้เห็น ปล่อยปละละเลย หรือ ทราบถึงการกระทำแล้วไม่ได้ยับยั้ง กำหนด 5 ปีด้วย