ข่าว

คลื่นมหาชนนับแสนแห่รับ"กระทิงดุ"

คลื่นมหาชนนับแสนแห่รับ"กระทิงดุ"

13 ก.ค. 2553

คลื่นมหาชนนับแสนแห่รับ "กระทิงดุ" สเปน แชมป์โลกรายล่าสุดคืนถิ่น หลังเฉือน "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ 1-0 คว้าแชมป์โลกเป็นชาติที่ 8 พร้อมรับโบนัสหัวละ 25 ล้านบาท รัฐบาลจัดงานฉลองใหญ่ต้อนรับ ด้านทีมแพ้สับ โฮเวิร์ด เวบบ์ กรรมการยับ เป็นต้นเหตุให้ทีมต้องพบความพ่า

หลังจากทีม "กระทิงดุ" สเปน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 มาครองได้สำเร็จ จากได้ประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ เฉือนชนะ "กังหันลม" ฮอลแลนด์ 1-0 กลายเป็นชาติที่ 8 ที่ได้ครองแชมป์โลก และกลายเป็นทีมจากยุโรปชาติแรกที่ออกไปคว้าแชมป์โลกบนทวีปอื่น

ล่าสุดช่วงหัวค่ำวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นักเตะสเปนเดินทางคืนถิ่นถึงกรุงมาดริดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังออกจากสนามบินคณะนักเตะ ซึ่งมี บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือใหญ่นำทีม ได้เดินทางไปเข้า

เฝ้ากษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ของสเปน
 จากนั้นเดินทางต่อไปยังพระราชวังมองเคล เพื่อพบ โฆเซ หลุยส์ ซาปาเตโร นายกรัฐมนตรี บรรดารัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่รอต้อนรับอยู่ จากนั้นได้ขึ้นรถเปิดประทุนแห่โชว์ถ้วยแชมป์โลกไปตามถนนในกรุงมาดริด เป็นระยะทางประมาณ 5 กม. ซึ่งมีผู้คนนับแสนออกมาต้อนรับ ก่อนไปหยุดที่ปรินเซเป ปิโอ ชานกรุงมาดริด ที่เป็นจุดฉลองใหญ่ มีคนนับแสนมารอฉลองชัยชนะครั้งนี้ โดยกำหนดการจัดงานต้อนรับแชมป์โลกคืนสู่แดนกระทิงดุครั้งนี้ จะไปสิ้นสุดในช่วงค่ำวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งรัฐบาลสเปนทุ่มเงินถึง 2 ล้านดอลลาร์ (66 ล้านบาท) จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ

กระทิงชื่นมื่นรับโบนัสคนละ 25 ล้าน
 จากการคว้าแชมป์โลกครั้งนี้ สหพันธ์ฟุตบอลสเปนประกาศมอบเงินอัดฉีดให้แก่นักเตะรายละ 6 แสนยูโร หรือประมาณคนละ 25 ล้านบาทเลยทีเดียว ขณะเดียวกันทีมชาติสเปนได้รับเงินรางวัลจากฟีฟ่าทั้งสิ้น 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (990 ล้านบาท) ขณะที่ฮอลแลนด์ได้ไป 24 ล้านดอลลาร์ เยอรมนี กับ อุรุกวัย ที่ผ่านเข้าถึงรอบตัดเชือก ได้ไปทีมละ 20 ล้านดอลลาร์

 ขณะที่เงินรางวัลของทีมอื่นๆ ได้แก่ อาร์เจนตินา, บราซิล, กานา, ปารากวัย ได้ทีมละ 18 ล้านดอลลาร์, ชิลี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก, โปรตุเกส, สโลวะเกีย, เกาหลีใต้, สหรัฐ ได้ทีมละ 9 ล้านดอลลาร์ และแอลจีเรีย, ออสเตรเลีย, แคเมอรูน, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, กรีซ, ฮอนดูรัส, อิตาลี, ไอเวอรี โคสต์, นิวซีแลนด์, ไนจีเรีย, เกาหลีเหนือ, เซอร์เบีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทีมละ 8 ล้านดอลลาร์

จารึกกระทิงแชมป์ยิงประตูน้อยที่สุด
 อย่างไรก็ตาม การคว้าแชมป์โลกของสเปนในครั้งนี้ จากการที่พวกเขายิงประตูคู่แข่งได้เพียง 8 ลูก จากการลงเตะ 7 นัด ทำให้กลายเป็นเจ้าของสถิติทีมที่คว้าแชมป์โลกที่ทำประตูคู่แข่งได้น้อยที่สุด ลบสถิติเดิมของอิตาลี ในปี 1938, อังกฤษ ในปี 1966 และบราซิล ในปี 1994 ยิงได้เท่ากันที่ 11 ลูก ลงอย่างไม่เห็นฝุ่น

เดล บอสเก มอบชัยชนะให้ชาวสเปน
 หลังจากการเล่นนัดชิงชนะเลิศเสร็จสิ้นลง บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือของทีมกระทิงดุ กล่าวว่า เกมนี้ถือเป็นเกมที่ยากอีกนัดของเขาและลูกทีม โดยฮอลแลนด์ก็มีโอกาสได้ประตู แต่ อีเคร์ กาซิยาส นายทวารของทีมช่วยป้องกันไว้ได้ หลังจากนั้นสเปนก็ทำได้ดีกว่า กระทั่งคว้าชัยชนะ ซึ่งเป็นของชาวสเปนทั้งประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องเฉลิมฉลอง และต้องขอบคุณชาวสเปนทุกคนที่ส่งใจมาเชียร์ ซึ่งนักเตะสเปนก็ตอบแทนแล้วด้วยตำแหน่งแชมป์โลก

 ส่วน อันเดรส อิเนสตา ฮีโร่ผู้ยิงประตูชัย กล่าวว่า แทบไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเป็นผู้ทำประตูชัยในเกมนี้ ถือเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ ส่วนตนเองก็แค่ช่วยเหลือทีมเท่าที่จะทำได้ ขณะเดียวกันรายงานข่าวระบุว่า หลังจากที่ อิเนสตา ยิงประตูได้ ก็วิ่งถอดเสื้อซึ่งมีข้อความรำลึกถึง ดานี ฆาเก อดีตนักเตะเยาวชนทีมชาติสเปน ที่เล่นกับ อิเนสตา มาตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน และเสียชีวิตเมื่อปีก่อน

กุนซือดัตช์สับเปา"เวบบ์"เละ
 ขณะที่ เบิร์ต ฟาน มาร์วิค กุนซือทีมอัศวินสีส้ม กล่าวตำหนิการทำหน้าที่ของ โฮเวิร์ด เวบบ์ กรรมการชาวอังกฤษ ที่แจกใบเหลืองให้นักเตะทั้ง 2 ทีม รวมกันถึง 13 ใบ และยังไล่ จอห์นนี ไฮติงกา ของฮอลแลนด์ ออกจากสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย จนสเปนใช้ความได้เปรียบยิงประตูชัยได้สำเร็จ กลายเป็นสถิติใหม่ของการแจกใบเหลืองในรอบชิงชนะเลิศ ที่เคยทำไว้สูงสุดเพียง 6 ใบ ในรอบชิงชนะเลิศปี 1986 ระหว่างเยอรมันตะวันตก กับ อาร์เจนตินา ว่าควบคุมเกมได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะที่ไม่ตัดสินใจไล่ คาร์เลส ปูโยล ของสเปนออกจากสนาม ในกรณีที่ทำฟาวล์ อาร์เยน ร็อบเบน ที่คล้ายคลึงกับการฟาวล์ของไฮติงกา ซึ่งอาจเป็นผลจากความกดดันที่เคยเป่าในเกมที่สเปนแพ้สวิตเซอร์แลนด์ในนัดแรกมาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความยินดีกับสเปนที่ได้รับชัยชนะด้วย

 ด้าน อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก่งของฮอลแลนด์ ออกมาสับเวบบ์เพิ่มว่า ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกสมควรที่จะใช้กรรมการระดับโลกทำหน้าที่ แต่สำหรับเวบบ์ในเกมนี้ ไม่ได้มีคำว่า "ระดับโลก" เลยแม้แต่น้อย ส่วน เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ก็พูดในทำนองเดียวกันว่า จังหวะที่เขาเตะลูกฟรีคิกนั้น ไปชนนักเตะสเปนออกหลังต้องได้ลูกเตะมุมแน่นอน แต่เวบบ์กลับเป่าให้สเปนได้ตั้งเตะ และพวกเขาก็ได้ประตูในที่สุด

ฮอลแลนด์ส่งเอฟ-16รับรองแชมป์
 ช่วงค่ำวันเดียวกัน นักเตะฮอลแลนด์เดินทางกลับถึงบ้านเกิดที่สนามบินกรุงเฮก โดยรัฐบาลฮอลแลนด์ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ขึ้นไปต้อนรับเครื่องบินที่คณะนักเตะเดินทางมา เพื่อร่อนลงยังสนามบิน จากนั้นในวันอังคารคณะนักเตะจะเข้าพบสมเด็จพระราชินีเบียทริกซ์ ก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นเครื่องต่อไปยังเมืองอัมสเตอร์ดัม ซึ่งมีการเตรียมพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่บริเวณมิวเซียมสแควร์ ซึ่งตั้งอยู่กลางเมือง

 ขณะที่บรรยากาศในฮอลแลนด์ก็เต็มไปด้วยความผิดหวังกับความพ่ายแพ้นัดนี้ โดยหนังสือพิมพ์ต่างพาดหัวข่าวว่า "ไม่สำเร็จอีกแล้ว" พร้อมลงภาพนักเตะอัศวินสีส้มทรุดตัวลงไปกองกับพื้นสนามหลังเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังขึ้น

"ฟอร์ลัน"คว้านักเตะยอดเยี่ยม
 ดิเอโก ฟอร์ลัน หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย ของ แอตเลติโก มาดริด ในสแปนิช ลาลีกา ได้รับรางวัล "ลูกบอลทองคำ" หรือนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำฟุตบอลโลก 2010 จากการลงคะแนนเสียงของนักข่าวทุกสำนักที่ร่วมทำข่าว "แอฟริกาใต้ 2010" จากผลการยิง 5 ประตู และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ อุรุกวัย เข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี

 ดาวยิงวัย 31 ปีผู้นี้ ได้รับผลโหวต 23.4 เปอร์เซ็นต์ เฉือน เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ กองกลางตัวรุกทีมชาติฮอลแลนด์ รองแชมป์โลก ที่ได้ผลโหวต 21.8 เปอร์เซ็นต์ ไปเพียง 1.6 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ดาวิด บีญา กองหน้าทีมชาติสเปน ชุดแชมป์โลก ที่ได้รับผลโหวต 16.9 เปอร์เซ็นต์

มุลเลอร์ได้รองเท้าทองคำ
 โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนี ชุดอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2010 ได้รับรางวัล "รองเท้าทองคำ" หรือดาวยิงสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์เรียบร้อยแล้ว แม้กองหน้าวัย 20 ปีผู้นี้ จะยิงได้ 5 ประตูเท่ากับ ดาวิด บีญา กองหน้าแชมป์โลกของสเปน, ดิเอโก ฟอร์ลัน กองหน้าอุรุกวัย และเวสลีย์ สไนจ์เดอร์ กองกลางตัวรุกรองแชมป์โลกของ ฮอลแลนด์


 ทว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันมีกฎล่วงหน้าไว้แล้วว่า หากมีการยิงประตูเท่ากันหลายคน ให้มาดูว่าใครจ่ายให้เพื่อนยิงมากที่สุด คนนั้นจะได้รางวัล "โกลเด้น บูธ" ไปครองโดยลำพัง ซึ่งตามกฎนี้ มุลเลอร์ จึงชนะคนอื่น เพราะจ่ายให้เพื่อนยิงถึง 3 ประตู

 ขณะที่รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมได้แก่ อีเคร์ กาซิยาส นายทวารของสเปน