
ปรับภาษีต้องกล้าและเป็นธรรม
ข่าวคราวจากโฆษกกระทรวงการคลังบอก ว่าเตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อจะปรับโครงสร้างภาษี เป็นเรื่องที่รับทราบมาตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ รัฐมนตรีคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช บอกว่าจะปรับให้ภาษีนั้นมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน
ฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังจะเห็นก็คือการที่จะลดภาษีรายได้ส่วนบุคคล ซึ่งขณะนี้สูงสุดอยู่ที่อัตรา 37% ให้เหลือ 32% และ 2.คือภาษีนิติบุคคลซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 30% สองตัวนี้กระทรวงการคลังคิดว่าจะลดลง
แต่คำถามก็คือว่า ถ้าหากคนรวยเสียภาษีน้อยลง จะทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมมากยิ่งขึ้นหรือไม่
และถ้าหากเหตุผลคือว่าการลดภาษีส่วนบุคคลสูงสุดที่ 37% เหลือ 32% จะทำให้คนมีรายได้สูงพร้อมจะจ่ายภาษีมากขึ้นนั้นพิสูจน์ได้หรือไม่ แต่แน่นอนถ้าหากกระตุ้นให้เกิดการจ่ายภาษีสูงขึ้นก็เป็นประเด็นที่น่าพิจารณา
แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ภาษี VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่โฆษกกระทรวงการคลังว่ากำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มจาก 7% ปัจจุบันเป็น 10% เป็นเรื่องใหญ่มีความละเอียดอ่อนทางการเมือง แต่ก็มีความจำเป็นถ้าหากต้องการที่จะสร้างให้เกิดความยุติธรรมในสังคม
เพราะว่าการพูดถึงความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคมไทยนั้น สาเหตุหนึ่งก็คือความไม่เท่าเทียมหรือการได้เปรียบของคนบางกลุ่มในเรื่องของการเสียภาษี ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่รัฐบาลจะต้องนำมาถกแถลงกับประชาชนทุกหมู่เหล่าเพื่อให้เกิดความเห็นหลากหลาย และเพื่อให้มั่นใจว่าคนยากคนจนคนเสียเปรียบสังคมทุกวันนี้มีสิทธิ์มีเสียงแสดงความคิดเห็นในเรื่องของอัตราภาษีด้วย เพราะว่านี่คือประเด็นหลักข้อหนึ่ง
หากมีนโยบายประชานิยมหรือสวัสดิการสังคมมากยิ่งขึ้น ก็แปลว่ารัฐบาลต้องหารายได้เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือส่วนของสังคมที่ยังเสียเปรียบหรือที่ยังด้อยโอกาส ทั้งหมดนี้ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นต่อเมื่อคนทุกฝ่ายได้แสดงความพร้อมที่จะเสียสละโดยเฉพาะคนรวย
ขณะที่คนจนจะต้องรู้ว่าจะได้สิทธิ์อย่างไรเพื่อจะยกฐานะตัวเองให้ช่องว่างระหว่างสังคมทุกวันนี้ลดน้อยถอยลง เป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องมีความกล้าทางการเมือง มิใช่มองแค่ผลการเลือกตั้งสมัยหน้าเท่านั้น
สุทธิชัย หยุ่น



