ข่าว

ระเบิดเวลาของประชาธิปัตย์

ระเบิดเวลาของประชาธิปัตย์

13 ก.ค. 2553

กลายเป็นระเบิดเวลาสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว สำหรับคดียุบพรรค

ล่าสุด มีข่าวว่า นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ลงนามในหนังสือแจ้งความเห็นของ กกต. ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์

 คดีที่ว่านี้ เป็นคดีที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ที่อาจเป็นการทำนิติกรรมอำพราง เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 95 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550

 นายอภิชาต ได้เซ็นหนังสือส่งแจ้งความเห็นของคณะทำงานร่วมไปให้ยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการร้องต่อไป สำหรับขั้นตอนในการดำเนินคดีครั้งนี้นั้น อัยการจะทำหน้าที่ดำเนินคดีตามที่กฎหมายกำหนด ต่างจากคดีเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ที่ กกต.จะเป็นผู้ดำเนินการเอง

 ขณะที่ นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ก็บอกว่า คดีนี้ คณะทำงานอัยการยื่นคำร้องครบถ้วนสมบูรณ์ 100% แล้ว จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอนสิทธิเลือกตั้ง หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์รวม 40 กว่าคน เป็นเวลา 5 ปี

 คณะทำงานอัยการเตรียมส่งให้ นายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อัยการสูงสุดลงนามภายในวันที่ 13 กรกฎาคม เพราะเป็นวันสุดท้ายที่กฎหมายกำหนด

 ยุ่งละสิพรรคประชาธิปัตย์ !
 เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน
 ผลที่ออกมาไม่ใช่แค่ออกหัว ออกก้อย

 1.อาจจะลุยกรรมการบริหารพรรคทั้ง 40 กว่าคน
 2.เอาเฉพาะที่เกี่ยวพันและปรากฏในสำนวน
 3.ไม่โดนเลยสักคน ประชาธิปัตย์พ้นพงหนาม

 ถึงแม้จะเตรียมการณ์ไว้พรักพร้อม เริ่มจากเงินบริจาคจากทีพีไอ ที่จะยกเอาคดีทีพีไอ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษยังสอบไม่เสร็จ ไม่มีการฟ้องร้องมาสู้ แล้วจะมาเรียกเอาผิดกับพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไร นั่นประเด็นหนึ่ง

 ประเด็นต่อมาก็คือ นายทะเบียนพรรคการเมืองเคยลงนามในคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว ถึงจะพลิกไปใช้มติ กกต. ก็ยังคงมีคำถามว่า แล้วที่นายทะเบียนพรรคการเมืองลงนามไม่ฟ้องไปนั้น ถือเป็นเอกสารทางราชการ มีผลตามกฎหมายหรือไม่

 แต่เอาเถอะ..!! ถ้ามันจะผิดจริงๆ ถามว่ามีหลักฐานอะไรมาชี้ว่า เงินจากทีพีไอ เข้าสู่ระบบบัญชีของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทุกวันนี้ พรรคก็ยืนยันว่า ไม่ได้รับเงินดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว

 ที่สำคัญ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า เม็ดเงินเข้ากระเป๋าคนคนหนึ่ง ก็ต้องถามว่า คนคนนั้น เป็นกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ แล้วเอาเงินมาให้พรรคหรือไม่

 ตรงนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งแท่นไปสู้ในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งใครดูแล้ว ก็ต้องบอกว่า ...มีลุ้น!

 แต่หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เมื่อตั้งท่าสู้ขนาดนี้ ระดับปรมาจารย์กฎหมายที่ตรงไปตรงมา อย่าง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ทำไมถึงแสดงท่าทีหนักอกหนักใจกับคดีนี้

 จะว่าเพราะบุคลิกเฉพาะตัวที่จะต้องรอบคอบถี่ถ้วน หรือก็ไม่น่าจะใช่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ยืนยันอย่างเต็มที่ว่า..สู้

 นั่นอาจเป็นเพราะถ้าพลาดครั้งนี้ เดิมพันด้วยเอกภาพของพรรคประชาธิปัตย์

 ถึงแม้ นายชวน และคณะ จะมั่นใจ จนถึงขั้น "ทุบหม้อข้าวเข้าตีเมืองจันท์" แต่การต่อสู้กลับ โดดเดี่ยวเดียวดาย

 ซีกหนึ่งของพรรคกลับแสดงท่าทีถอดใจ ส่งทีมงานไปจดทะเบียนพรรคใหม่เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน

 "พรรคไทยเข้มแข็ง"

 ฟังชื่อดูไพเราะเหมาะสมกับสิ่งที่กำลังอยากให้เป็น แต่จากการดอดไปจดหัวพรรคใหม่กลับผ่าประชาธิปัตย์ออกเป็นสองเสี่ยง

 แม้จะดูว่านี่คือ ความรอบคอบ แต่หากย้อนกลับไปดูความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ ที่นับตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง จากปัญหาโควตารัฐมนตรีที่ต้องหั่นไปให้พรรคร่วมรัฐบาลมาก และสำคัญจนเกินหน้าพรรคแกนนำ

 ความขัดแย้งมาปะทุขึ้นอีกครั้งในวาระพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ครั้งนี้ผู้นำ 2 พรรคตัวแปร ลงแรง-ออกหน้าเดินล็อบบี้ด้วยตนเอง และเป็น สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่นำสารจากพรรคร่วมมาแจ้งต่อที่ประชุม

 บัญญัติ บรรทัดฐาน ผนึก ชวน หลีกภัย นำทีมตามมาด้วยระดับแกนนำพรรคอีกเป็นขบวน พาเหรดคัดค้าน "การขอขี่คอ" ของพรรคร่วมรัฐบาล หลังเหตุการณ์นั้น บางคนถึงกับนับถอยหลังกันไปแล้ว

 แต่ความเป็นประชาธิปัตย์ และความที่ยังพึงพอใจกับการเป็นรัฐบาล การกล้ำกลืนฝืนทนจึงทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น
 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิด...หากว่า ฟ้าถล่มศาลสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ !

 สภาพที่ "กินใจ" กัน อาจระเบิดขึ้นในยามนั้น

 ผู้ที่มี "หัวใหม่" ก็อาจไปตายเอาดาบหน้า ...แต่ถามว่า อย่างนายหัวชวน ผู้กุมหัวใจประชาธิปัตย์ กุมหัวใจคน 14 จังหวัดภาคใต้ จะทิ้งหลักการเดินตามไปด้วยกระนั้นหรือ

 นี่จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพรรคประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง

 หากมีปาฏิหาริย์ พรรคไม่ถูกยุบ ก็นับเป็นวาสนา แต่ก็ต้องเผชิญเคราะห์กรรมที่จะต้องเผชิญกับความแตกร้าวภายในพรรค

 ก่อนหน้านี้มี "กลุ่ม 10 มกรา" แล้วจากนี้ล่ะ จะมีกลุ่มอะไรที่จากไป ?

ศรายุทธ สายคำมี