ข่าว

พลังนิวเคลียร์กับการเมืองอาเซียน

พลังนิวเคลียร์กับการเมืองอาเซียน

13 ก.ค. 2553

ประเด็นฮอตสุดๆ คือสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่มีแผนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตแทบทั้งสิ้น เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและเผชิญต่อสู้กับปัญหาการขาดแคลนพลังงานธรรมชาติที่หดหายไปทุกวัน มีการคาดการณ์ไว่ว่าอาเซียนต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 76 เปอร์เซ็

 ขณะนี้ลาวและบรูไนเป็นเพียงสองประเทศเท่านั้น ไม่มีแผนการใช้พลังปรมาณู ลาวเป็นเจ้าพลังน้ำเขื่อนในภูมิภาคนี้ ขายพลังน้ำให้ไทยและเวียดนาม อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ (รวมทั้งสิงคโปร์ซึ่งไม่ได้ปฏิเสธพลังนิวเคลียร์) มีนโยบายชัดเจนว่าพลังนิวเคลียร์จะเป็นตัวเลือกในวันข้างหน้า ต้องการตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังปรมาณูขึ้นภายในทศวรรษนี้

 ประเด็นมีอยู่ว่าในเมื่อสมาชิกอาเซียนเหล่านี้กำลังมุ่งไปทางเดียวกันอยู่แล้ว แต่ทำไมไม่มีการถกประเด็นนี้และพูดถึงนโยบายร่วมกัน ประเด็นสำคัญอีกข้อคือเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าการใช้พลังนิวเคลียร์ในสมาชิกอาเซียนในวันข้างหน้าจะเป็นไปทางสันติ

 เป็นที่รู้กันดีในวงการนิวเคลียร์ว่า หลายๆ ประเทศต้องการสร้างศักยภาพทางด้านอาวุธประเภทนี้เพื่อใช้เป็นอำนาจในการต่อรองทางด้านการทูต และได้ใช้นโยบายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติเป็นฉากบังหน้า เช่น เกาหลีเหนือ อิหร่าน เป็นต้น ตอนนี้พม่ากำลังเป็นข่าว เพราะมีความตั้งใจในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ใน 5-6 ปีข้างหน้า

 เรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคงไทยโดยเฉพาะสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยังไม่เชื่อ เห็นพม่าเป็นประเทศยากจน (ตามจริงไม่เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะแก๊สธรรมชาติ ซึ่งนำรายได้ปีละกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจานั้นฝ่ายไทยเห็นว่าประเทศจีนคงจะไม่ยอม

 แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความรู้สึกเกลียดชังไทยของผู้นำพม่า โดยเฉพาะจอมเผด็จการนายพลตันฉ่วย และพรรคพวก รวมทั้งนายพลหม่อง เอ (ซึ่งเคยคุมกำลังรบกับไทย บริเวณเนิน 491) ทั่วๆ ไปคนพม่ามีความสัมพันธ์และมิตรภาพดีต่อคนไทย (ไม่ได้เป็นแบบในละครหรือภาพยนตร์ที่เราเห็นกัน) เพราะเราให้ที่พักพิงคนพม่ามากกว่า 5 ล้านคน (ทั้งที่จดทะเบียนหรือไม่ก็ตาม) ไม่นับกลุ่มปัญญาชนพม่ารวมทั้งชนกลุ่มน้อยต่างอยู่ใน กทม.และจังหวัดชายแดน

 ในปัจจุบัน อาเซียนเป็นห่วงเรื่องเดียวคือการป้องกันไม่ให้พื้นที่ในภูมิภาคนี้ถูกใช้เป็นสนามประลองอาวุธนิวเคลียร์ของมหาอำนาจทั้งหลาย และการห้ามสมาชิกอาเซียนสร้างหรือมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง หรือมีการสะสมอาวุธร้ายแรงนี้ประเภทนี้ อาเซียนยังเป็นสมาชิกขององค์ความร่วมมือระหว่างประเทศปรมาณูเพื่อสันติที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย

 อาเซียนมีความจำเป็นต้องยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในอาทิตย์ที่จะถึงนี้ใ นกรุงฮานอย เนื่องจากการใช้พลังนิวเคลียร์ทั้งสันติหรือไม่ มีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและสภาพสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคในระยะยาว ฉะนั้นมีความจำเป็นต้องมีมาตรการการป้องกันและแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน