ข่าว

นายกฯชงครม.เองคลายปมไข่ไก่แพงช่วยผู้เลี้ยงรายย่อย

นายกฯชงครม.เองคลายปมไข่ไก่แพงช่วยผู้เลี้ยงรายย่อย

13 ก.ค. 2553

นายกฯ ชงเอง แก้ปัญหาขาดแคลนพันธุ์แม่ไก่ เข้าที่ประชุม ครม. หลังเกษตรกรรายย่อย 113 ฟาร์มร้องขอความช่วยเหลือ ระบุรวมกลุ่มนำเข้ากันเองได้ โดยไม่ต้องผ่านรายใหญ่

 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะนำปัญหาการขาดแคลนพันธุ์แม่ไก่ไข่ของเกษตรกรเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อิสระจำนวน 113 ฟาร์ม ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ขณะนี้กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแม่พันธุ์ไก่ไข่

 แม้คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) จะมีมติให้จัดสรรโควตากลางจำนวน 5 หมื่นตัว ให้แก่เกษตรกรไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้เกษตรกรยังไม่ได้รับการจัดสรร โดยต้องยอมรับว่า ขณะนี้เอ้กบอร์ดแทบไม่มีอำนาจใดๆ เลย จึงต้องให้ ครม.มีมติให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้ดำเนินการแทน เพราะมีหน้าที่ดูแลเรื่องกิจการปศุสัตว์โดยตรงอยู่แล้ว

 นายนรสีห์ ตระกูลช่าง ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อิสระทั้ง 113 ฟาร์ม กล่าวภายหลังเข้าพบนายกฯ ว่าเกษตรกรรายย่อยต้องการให้รัฐบาลจัดสรรโควตาพันธุ์แม่ไก่ไข่เพิ่มเติม นอกเหนือจากโควตาปัจจุบันจำนวนกว่า 4 แสนตัว ที่ผูกขาดอยู่กับเอกชนรายใหญ่เพียงแค่ 9 รายเท่านั้น เพราะขณะนี้เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มกันได้และเข้มแข็งพอที่จะนำเข้าเองได้ โดยไม่ต้องผ่านบริษัทรายใหญ่

 หากให้เกษตรกรนำเข้าแม่พันธุ์ไก่ไข่ เชื่อว่าจะทำให้ราคาไข่ไก่ปรับลดลงได้ฟองละ 30 สตางค์ เพราะต้นทุนของเกษตรกรจะอยู่ที่ฟองละ 1.95 บาท หากไปซื้อลูกไก่จากเอกชน พร้อมด้วยอาหารจะทำให้มีต้นสูงขึ้น โดยอยู่ที่ฟองละ 2.80 บาท ขณะที่ต้นทุนการซื้อลูกไก่จากเอกชนมีราคาสูงอยู่ที่ตัวละ 30 บาท

 “จำนวนพันธุ์แม่ไก่ที่เกษตรกรต้องการจะอยู่ที่ 5 หมื่นตัวต่อปี เพื่อมาผลิตลูกไก่ไข่ 5 ล้านตัวต่อปี และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลทำให้เกิดปัญหาเรื่องไข่ไก่ล้นตลาด เพราะกว่าที่ไก่ไข่ทั้ง 5 ล้านตัว จะให้ผลผลิตไข่เต็มที่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เชื่อว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเข้าไปดูแลไม่ให้ราคาตกต่ำต่อไป”