ข่าว

อัยการร่างฟ้องยุบปชป.เสร็จจ่อยื่นศาลรธน.บ่าย13ก.ค.

อัยการร่างฟ้องยุบปชป.เสร็จจ่อยื่นศาลรธน.บ่าย13ก.ค.

12 ก.ค. 2553

อัยการร่างฟ้องยุบพรรคเสร็จ จ่อ ยื่นศาล รธน. บ่าย 13 ก.ค. ขอศาลเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 5 ปี หน.พรรค -กก.บห. กว่า 40 คน ขณะที่ประธาน กกต. ส่งหนังสือแจ้งให้ อัยการฯส่งเรื่องยุบ ปชป.แล้ว "ชวน"ถกมาร์ค15ก.ค.หารือจ้างทนายคนนอกช่วยต่อสู้คดี

(12ก.ค.)นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด กล่าวถึงการยื่นคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้คณะทำงานอัยการยื่นคำร้องครบถ้วนสมบูรณ์ 100 % แล้ว ซึ่งเฉพาะคำร้องที่บรรยายพฤติการณ์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทางคดี มีความหนาประมาณ 60 - 70 หน้า แต่เมื่อรวมเอกสารประกอบคำร้องแล้วหนากว่า 100 หน้า

 ขณะที่การยื่นคำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากกระทำผิดที่ถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาท จากบริษัททีพีไอโพลีนจำกัด (มหาชน) ที่อาจเป็นการทำนิติกรรมอำพราง เข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ม. 95 และขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ขณะเกิดเหตุปี 2547 - 2548 กว่า 40 คน เป็นเวลา 5 ปี โดยขณะนี้ได้เสนอคำร้องคดียุบพรรคให้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ตรวจพิจารณาและลงนามในคำร้องที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมถ้อยคำในคำร้องดังกล่าว คาดว่าจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในบ่ายพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) ซึ่งจะครบกำหนด 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด

ประธานกกต.ส่งหนังสือแจ้งให้อัยการฯส่งเรื่องยุบปชป.แล้ว

 นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้งด้านบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงบริเวณหมู่บ้านสหกรณ์ เขตบึงกุ่ม แล้วพบว่า มีการนำเอกสารที่เป็นวารสารของ กทม.ซึ่งเป็นสื่อของรัฐมาแจกจ่ายในพื้นที่ พร้อมแนบหมายเลขผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์และเอกสารแนะนำตัวนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ไว้ด้านใน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนในกรณีนี้อย่างเป็นทางการ หากมีการร้องเรียนจึงจะมีตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูพยานหลักฐานว่า มีการแนบเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครในวารสารของ กทม.จริงหรือไม่

 เมื่อถามถึง ความคืบหน้าการพิจารณาคดี 258 ล้านบาทของคณะทำงานร่วมระหว่างกกต.และอัยการสูงสุด ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด แต่คาดว่านายทะเบียนพรรคการเมืองจะได้รับมติจากคณะทำงานร่วมภายในวันนี้ ทั้งนี้กรณีดังกล่าวคงไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมกกต.อีกครั้ง เพราะกกต.ได้มีติเห็นชอบให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว

 รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้คณะทำงานร่วมฯได้ส่งผลสรุปให้กับนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองให้ทราบแล้วว่า ทางคณะทำงานร่วมมีความเห็นพร้อมต้องกันเป็นที่ยุติ โดยให้ส่งเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ที่อาจเป็นการทำนิติกรรมอำพราง เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 95 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 โดยนายอภิชาต ได้เซ็นหนังสือส่งแจ้งความเห็นของคณะทำงานร่วมไปให้ยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป สำหรับขั้นตอนในการดำเนินคดีครั้งนี้นั้น อัยการจะทำหน้าที่ดำเนินคดีตามที่กฎหมายกำหนด ต่างจากคดีเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ที่ กกต. จะเป็นผู้ดำเนินการเอง

"ชวน"ถกมาร์ค15ก.ค.หารือจ้างทนายคนนอกช่วยต่อสู้คดี

 นายชวน  หลีกภัย  ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะทีมกฏหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท จะไม่เข้าร่วมทีมกฏหมายในการต่อสู้คดียุบพรรคจากข้อหารับเงินบริจาคจากบริษัททีพีไอ โพลีน จำนวน 258 ล้านบาทว่า ยืนยันว่าตนไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงทีมกฏหมายในการต่อสู้คดียุบพรรค แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้รับคำร้อง ดังนั้นต้องรอดูว่าสิ่งที่กกต.และอัยการร้องไปนั้นมีอะไรบ้าง ส่วนคณะทำงานอย่างน้อยต้องหาคนเพิ่ม เพราะลำพังคดี 29 ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นภาระหนักอยู่แล้ว มีเอกสารมากถึงขนาดต้องจ้างคนมาอ่านเพื่อสรุปใจความสำคัญต่อคณะทำงาน

  สำหรับในคดี 29 ล้านบาท นั้นตนจะต้องขอพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการบริหารพรรคก่อนว่าจะให้ใครมาช่วยแบบเต็มเวลาได้บ้างในวันที่15 ก.ค.หลังจากพิธีทำบุญพรรค เพราะก่อนหน้านี้นายนิพิฏฐ์ได้ช่วยมาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ตนเป็นผู้หารือกับนายนิพิฏฐ์เองว่าไม่อยากให้นายนิพิฏฐ์มาดูแล เพราะนายนิพิฏฐ์มีงานประจำในตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบมากอยู่แล้วจึงไม่อยากให้เสียเวลางาน แต่อยากหาคนมาช่วยเพราะที่มีอยู่แล้วนั้นยังไม่พอ เพราะเอกสารมีจำนวนมาก มีการอ้างรวมทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องเกือบร้อยราย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาโดยละเอียด เพราะหากได้คนมาเพิ่มแต่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุและรายละเอียดก็จะยิ่งเสียเวลาไปใหญ่

 “อย่างที่เห็นคนของพรรคเพื่อไทยพูดนั้นผมว่าอย่าเพิ่งวิจารณ์ เพราะท่านทั้งหลายไม่รู้ข้อเท็จจริงดีพอ และรู้ว่าอยากให้ยุบพรรค แต่ที่สำคัญอย่าให้คนของท่านมาข่มขู่คุกคามสถาบันหรือองค์กรอิสระเช่นกกต.อย่างที่ผ่านมา เพราะทุกท่านล้วนเป็นปุถุชน ทุกคนมีความกลัว ผมเคยเรียกร้องรัฐบาลมาก่อนหน้านี้แล้วว่าขอให้ดูแลคุ้มครองผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในองค์กรต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ในการวินิจฉัยเพื่อไม่ให้ถูกคุกคาม เพราะต้องไม่ลืมว่าก่อนที่กกต.จะวินิจฉัยอย่างรวดเร็วนั้นเขาก็ถูกคุกคามอย่างน่าเห็นใจ”นายชวนกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนิพิฏฐ์ยังสามารถมาดูแลรับผิดชอบคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ได้อีกหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า นายนิพิฏฐ์ยังสามารถดูแลได้อยู่แต่ต้องเหนื่อยทำงานนอกเวลาราชการ ตนไม่อยากให้ใช้เวลาในตำแหน่งหน้าที่เพราะจะมีปัญหา เรื่องนี้ตนได้คุยกับนายนิพิฏฐ์แล้วเพราะไม่คิดว่านายนิพิฏฐ์จะมาเป็นรัฐมนตรีในช่วงเวลาที่พรรคต้องต่อสู้คดีดังกล่าว

 นอกจากนี้ในการหาทีมกฏหมายมาช่วยในคดี 258 ล้านบาทนั้นตนต้องหารือกับนายบัณฑิต ศิริพันธ์ ในฐานะทนายความรับผิดชอบคดีโดยตรงด้วยว่า จะมีทีมทนายความจากข้างนอกมาช่วยทำคดีอีกมาน้อยเพียงใดหรือไม่อย่างไร เพราะหากเทียบกับสมัยที่พรรคเคยถูกฟ้องคดีทุจริตเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ครั้งนั้นมีตัวแทนของสำนักงานกฏหมายที่มารับผิดชอบคดีดังกล่าวโดยตรงมาช่วยเป็นตัวเป็นตน

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หนักใจหรือไม่ที่ต้องต่อสู้คดียุบพรรคถึง 2 กรณี นายชวนกล่าวว่า เวลาที่เราถูกฟ้องร้องทางคดีไม่มีใครที่ไม่หนักใจ แต่ยืนยันว่าเราสู้ตามข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฏหมาย เพราะถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิดเราก็ต้องรับผิดในผลที่เรากระทำ แต่ตนยังเชื่อในความเป็นกลางและเป็นธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เช่นครั้งคดียุบพรรคครั้งที่ผ่านมาที่มีข่าวมาว่ามีการวิ่งเต้นกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยวงเงินสูงถึง 30 ล้านบาทนั้น แต่ในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริงจนรอดพ้นจากการถูกยุบพรรคมาได้ ตนเชื่อในเรื่องกฏแห่งกรรมและความศักดิ์ศิทธิ์ของกฏหมายที่ว่าใครทำดีได้ดี ใครทำไม่ดีย่อมได้รับผลไม่ดีตอบ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะรับคำวินิจฉัยจากดุลยพินิจของศาล

 สำหรับการข่มขู่คุกคามในลักษณะไหนที่ทำให้น่ากังวล นายชวนกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการข่มขู่คุกคามกกต.ว่าจะเผาสำนักงานและขู่ฆ่า แต่คิดว่าคนที่เคยทำนั้นคงจะไม่ทำอีก นอกจากนี้ที่ผ่านมานอกจากกกต.แล้วก็ยังเคยมีกรณีการยิงระเบิด M79 ตกใกล้บ้านพักของตุลาการบางท่านมาแล้วด้วย