ข่าว

สภาที่ปรึกษาศก.เปิดเวทีสัญจรหนุนสร้างปรองดอง

สภาที่ปรึกษาศก.เปิดเวทีสัญจรหนุนสร้างปรองดอง

12 ก.ค. 2553

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเวทีสัญจร จัดสัมมนาส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างความปรองดอง ที่ จ.ขอนแก่น เผยที่มาของความขัดแย้งทางสังคมเกิดจากปัญหาความเหลื่อมล้ำและขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี เตรียมชงรัฐหาแนวทางแก้ไขปัญหา

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมเจริญธานปริ๊นเซส จ.ขอนแก่น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อสร้างความปรองดอง โดยเสนอแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในสภาวะการณ์ปัจจุบัน โดยมีตัวแทนภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งเกษตรกรจาก 19 จังหวัดภาคอีสานเข้าร่วมรับฟังกว่า 500 คน

 นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานคณะทำงานการมีส่วนร่วมการกระจายอำนาจ และสนับสนุนเครือข่าย สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนมาตรการสร้างความปรองดองของรัฐบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยได้มีการเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาความขัดแย้งทางสังคมและความเห็นต่างทางการเมืองค่อนข้างรุนแรงได้แสดงความคิดเห็น และสะท้อนมุมมองของภาคประชาชนถึงที่มาของปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา หลังจากนั้นคณะทำงานการมีส่วนร่วมฯ จะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงต่อรัฐบาลพิจารณาต่อไป

 ทั้งนี้จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น พบว่า ที่มาของความขัดแย้งทางสังคม มีสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาความเหลื่อมล้ำและการขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบทที่นับวันจะแตกต่างกันมากขึ้น อาทิ การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ไร้ที่ดินทำกิน ขาดองค์ความรู้ ทักษะ ดังนั้นคณะทำงานการมีส่วนร่วมฯ จึงเห็นว่าหากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาในการเข้าถึงแหล่งทุน การกระจายรายได้ รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ ก็ยังสามารถนำสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ด้วย

 "ที่ผ่านมาภาคอีสาน โดยเฉพาะ จ.ขอนแก่น ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางสังคม และความเห็นต่างทางการเมืองที่รุนแรงในระดับที่อันตราย ทั้งเหตุการณ์ทำลายทรัพย์สินต่างๆ ตลอดจนการต่อต้านการลงพื้นที่ปฏิบัตงานของฝ่ายรัฐบาล แต่จากการลงพื้นที่ของคณะทำงานการมีส่วนร่วมฯ พบว่า สถานการณ์ไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ในภาคอีสานก็รู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่มีเวทีกลางที่จะสะท้อนมุมมองความคิดเห็นต่อประเด็นความขัดแย้งทางสังคม หรือความเห็นต่างๆ ของพวกเขาให้กับสังคมได้เข้าใจ จึงเป็นที่มาที่ทำให้เกิดความขัดแจ้างในด้านต่างๆ รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นหลังจาการการเปิดเวทีระดมความเห็นและสะท้อนมุมมองต่างๆ ในสังคมแล้ว จะได้นำเสนอต่อรัฐบาลได้รับทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป"

 นายคำตา แคนบุญจันทร์ แกนนำเกษตรกรจาก จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเปิดใจให้กว้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและนำไปสู่การแก้ไขปัญหา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วความปรองดองก็จะตามมา ส่วนในภาคประชาชนก็อยากจะให้จะให้เกิดใจให้กว้างเช่นเดียวกัน โดยนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวกับการสร้างอาชีพที่ดีประชาชนก็ควรจะรับมาทำ เช่น โครงการยางพาราเฟส 3 จำนวน 8 แสนไร่ที่ ครม.มีมติเห็นชอบ

 "วันนี้เราอย่าเอาเรื่องสีเสื้อมาเป็นสรณะ แต่อยากให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมือง ยกตัวอย่างเช่น จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดี โดยนักการเมืองสามารถลงพื้นที่รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเขาเห็นปัญหาแล้วก็จะให้การสนับสนุนงบประมาณมาพัฒนาจังหวัดให้ดีขึ้น นี่เป็นแบบอย่างที่ดีที่ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมือง"

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ได้มีประชาชน และตัวแทนเกษตรกรได้แสดงความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่สะท้อนถึงการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อทำการเกษตร ซึ่งถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน