ข่าว

นิพิฏฐ์ยึดมติครม.ค้านเขมรชงแผนบริหารพระวิหาร

นิพิฏฐ์ยึดมติครม.ค้านเขมรชงแผนบริหารพระวิหาร

12 ก.ค. 2553

"กษิต"เผยส่งอดีตทูตแจงประเทศในคกก.ยูเนสโก ย้ำแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารต้องสางปัญหาเขตแดนก่อน “สุวิทย์”ยันไม่ปล่อย“เขมร”รุกเขตแดนไทย แม่ทัพภาค2เผยเขมรงดจัด"วันแห่งความโกรธแค้น"แล้ว

(12ก.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศกัมพูชาเสนอแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศบราซิล ว่า ขณะนี้ไทยได้ขอรายละเอียดแผนดังกล่าวจากคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งท่าทีของไทย ก่อนการเจรจาจัดทำแผนบริหารจัดการฯ ต้องแก้ไขประเด็นปัญหาเรื่องเขตแดนให้แล้วเสร็จก่อน

 การประชุมครั้งนี้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จะได้ย้ำจุดยืนของไทยให้ที่ประชุมได้ทราบ ขณะเดียวกันไทยได้แต่งตั้งนายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูต และผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เดินสายชี้แจงกับประเทศที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อย้ำถึงจุดยืนของประเทศไทยต่อกรณีดังกล่าว  ส่วนไทยจะขอถอนเรื่องดังกล่าวออกจากวาระการประชุมหรือไม่ นายกษิตกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า แล้วแต่ทางกัมพูชาจะพิจารณา เพราะท่าทีของไทยไม่เห็นด้วย หากยังไม่แก้ประเด็นปัญหาให้แล้วเสร็จ

หารือรมต.ตปท.อินโดเตรียมประชุมเจซีเอ็ม1-2 ก.ย.นี้ 

 นายกษิต กล่าวภายหลังการหารือทวิภาคีกับนายอาร์ เอ็ม มาร์ตี้ เอ็ม นาตาเลกาวา ( R.M.Marty M.Natalegawa ) รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 11 - 13 กรกฎาคม 2553 ว่า การหารือดังกล่าวได้พูดถึงการกระชับความร่วมมือด้านการประมง การเกษตร การลงทุน และพลังงาน อาทิ การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากประชาชนเกิดเหตุในประเทศที่แต่ละฝ่ายไม่มีสถานเอกอัครราชทูต การเชื่อมโยงกลุ่มประเทศในอาเซียนเพื่อลดช่องว่าง ระหว่างประเทศอาเซียนเก่าใหม่ การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ อีกทั้ง จะให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชนในอินโดนีเซียที่ประสบปัญหาคราบน้ำมันที่เกิดจากการรั่วไหลจากประเทศออสเตรเลียลอยมาติดชายฝั่งอินโดนีเซีย

 นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการเตรียมการเยือนอินโดนีเซียของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในช่วงปลายปีนี้ และเตรียมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย - อินโดนีเซีย (เจซีเอ็ม) ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1-2 กันยายนนี้ ทั้งนี้ยังได้ขอบคุณอินโดนีเซียให้การสนับสนุนไทยเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

นิพิฏฐ์ยึดมติครม.ค้านเขมรชงแผนบริหารพระวิหาร

 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาได้เชิญตนและนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมรับฟังความคิดเห็นและเสนอแนะของนักวิชาการ เกี่ยวกับกรณีการเสนอแผนบริหารการจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารหรือพื้นที่กันชนของกัมพูชา ในการประชุมสมัยสามัญของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 34 ที่บราซิเลียน ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. - 3 ส.ค. เพื่อเป็นแนวทางและข้อมูลในการคัดค้าน

 รมว.วธ. กล่าวอีกว่า การคัดค้านแผนดังกล่าวเป็นหน้าที่ของนายสุวิทย์ โดยจะยึดกรอบมติของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการคัดค้านการเสนอแผนบริหารการจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหาร เนื่องจากการจัดทำแผนดังกล่าวไม่ได้หารือกับไทย ที่สำคัญยังหาข้อยุติเกี่ยวกับเขตแดนไม่ได้ ส่วน วธ. ตนได้สั่งให้เร่งดำเนินการเตรียมข้อด้านวัฒนธรรมทั้งหมดในการสนับสนุนการคัดค้าน รวมทั้งกรอบแนวทางการร่วมประชุมของนางโสมสุดา ลียะวณิช ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศต้องยึดมติของที่ประชุม ครม. เช่นกัน

 นางโสมสุดา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางการไทยได้ส่งเอกสารยืนยันการขอใช้สิทธิในการอภิปรายแผนบริหารจัดการที่เกี่ยวเนื่องกับอธิปไตยของชาติไทย ไปยังคณะกรรมการยูเนสโก ซึ่งจะมีการประชุมเกี่ยวกับกรณีปราสาทเขาพระวิหาร โดยอยู่ในหัวข้อการพิจารณา เรื่อง การรายงานสถานการณ์อนุรักษ์แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว ในวาระที่ 7 ของการประชุมจากที่มีจำนวนทั้งสิ้น 19 วาระ คาดว่าจะมีการพิจารณากันในวันที่ 29 ก.ค.นี้

“สุวิทย์”ยันไม่ปล่อย“เขมร”รุกเขตแดนไทย
   

   นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่พยายามแก้ไขมาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะในอดีตเราเคยไปพลาดท่าเสียทีเขาไว้ อย่างไรก็ตาม ก่อนการไปประชุมที่ประเทศบราซิล ตนจะแวะหารือกับ ผู้จัดการใหญ่คณะกรรมการมรดกโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส อีกครั้ง เพื่อหารือเรื่องนี้ก่อน  เพราะจนถึงขณะนี้ทางกัมพูชายังไม่ได้เสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกพระวิหาร ต่อคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งโดยหลักการทางกัมพูชาต้องส่งแผนให้คณะกรรมการมรดกโลกได้เห็นการประชุมก่อนระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ไม่ทราบว่ากัมพูชาจงใจปิดบังแผนหรือจัดทำแผนไม่ทันกันแน่

  เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมีข้อห่วงใยว่าแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่กัมพูชาจะนำเสนอนั้นจะกินพื้นที่เข้ามาถึงเขตแดนประเทศไทย นายสุวิทย์ กล่าวว่า โดยหลักการ เขาไม่สามารถเสนอแผนบริหารจัดการที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยได้อยู่แล้ว   หากเราไม่เห็นชอบด้วย   อย่างไรก็ตามขณะนี้ต้องรอเรื่องการปักปันเขตแดนของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี) ที่กระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการ

แม่ทัพภาค2เผยเขมรงดจัด"วันแห่งความโกรธแค้น"แล้ว

 หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนรี ออกมาแสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์บริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะความพยายามที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของทางกัมพูชา นั้น พลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ขณะนี้โดยรวมสถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะที่เป็นปกติ ทางด้านฝั่งกัมพูชาอาจจะมีการเตรียมกำลังตามยุทธศาสตร์ทางทหารที่ได้กำหนดไว้  คือการจัดกองกำลังหน่วยประจำพื้นที่ ไว้ตลอดแนวชายแดน รวมถึงการสร้างความพร้อมที่พักอาศัยของกำลังพล และการจัดเตรียมอาวุธยุทธโธปกรณ์ อีกทั้งยังมีการอพยพครอบครัวของทหารเข้ามาประชิดแนวชายแดนด้วย

 ส่วนการเตรียมการที่จะพยายามขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชานั้น ยังคงเป็นเพียงการเรียกร้องฝ่ายเดียวของกัมพูชา ตามขั้นตอนที่ได้เตรียมการไว้ โดยความคืบหน้าขณะนี้ทางคณะกรรมการมรดกโลกได้แจ้งเงื่อนไขการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกออกมาว่า บริเวณโดยรอบตัวปราสาทเขาพระวิหาร ในรัศมี 10 กม. จะต้องไม่มีสิ่งปลูกสร้าง หรือที่พักอาศัยใดๆอยู่ในพื้นที่ ซึ่งทางฝั่งกัมพูชาก็ได้มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มมวลชนที่มาจัดตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่เขตรัศมีที่กำหนดออกไปแล้วบางส่วน ยังคงเหลืออยู่เฉพาะในส่วนของตลาดชุมชน และวัด เท่านั้น 

ซึ่งสถานการณ์และความคืบหน้าในเรื่องนี้ทางฝ่ายทหารก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และยังคงยืนยันที่จะคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชาอย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้เรื่องการคัดค้านหรือขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ฝ่ายทหารมีหน้าที่เพียงปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น  และแม้ว่าจะมีความขัดแย้งกันในเรื่องดังกล่าวอยู่บ้างแต่ความสัมพันธ์ทางทหารทั้งฝ่ายไทย และกัมพูชาเอง ยังมีความสงัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ได้มีการสร้างเงื่อนไขซึ่งจะนำไปสู่การเกิดการกระทบกระทั่งหรือเป็นชนวนเหตุให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นมาอีก
 
 กรณีที่มีกระแสข่าวทางกัมพูชาจะจัดกิจกรรมวันแห่งความโกรธแค้นในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศที่อยู่ติดกับแนวชายแดน รวมถึงความสัมพันธ์ของทหารหรือไม่นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า จากการติดตามหาข่าวในข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ก็ยังไม่พบมีความชัดเจนที่จะจัดกิจกรรมในพื้นที่แต่อย่างใด  ยังเป็นเพียงข่าวที่เกิดขึ้นมาเพื่อปลุกกระแสความรักชาติของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น คล้ายกับกรณีในประเทศไทย ที่มีการจัดตั้งกลุ่มเรียกร้องทวงคืนแผ่นดินแม่ ขึ้นมาเพื่อเรียกร้องสิทธิและปลุกกระแสความรักชาติ

ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงทำความเข้าใจในข้อเท็จจนหยุดการเคลื่อนไหวไปเรียบร้อยแล้ว  ในส่วนของทางฝั่งกัมพูชาเองก็สามารถกระทำได้ตามสิทธิเนื่องจากเป็นการจัดกิจกรรมในเขตประเทศกัมพูชา แต่ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้ประสานชี้แจงและเรียกร้องไปยังฝ่ายกัมพูชาว่า อย่าให้การจัดกิจกรรมดังกล่าวมาเป็นสิ่งที่ที่สร้างผลกระทบต่อความสัมพัธ์ระหว่างประชาชนตามแนวชายแดน และอย่าให้มาอยู่ใกล้แนวชายแดนมากนัก ซึ่งฝ่ายกัมพูชาก็ยืนยันออกมาแล้วว่าจะไม่มีการจัดกิจกรรมบริเวณแนวชายแดน และจะไม่เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศอย่างแน่นอน

  พลโท วีร์วลิต กล่าวว่า การเตรียมพร้อมในการดูแลรักษาพื้นที่แนวชายแดนของทางกองทัพภาคที่ 2 ในช่วงนับจากนี้ไปจนถึงวันที่ 25 ก.ค.ที่จะมีการพิจารณาในเรื่องของการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น ฝ่ายไทยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความเข้มในการตรึงพื้นที่เพิ่มเติมแต่อย่างใด เนื่องจากขณะนี้ทุกอย่างที่เตรียมการไว้ทั้งในส่วนกำลังพล อาวุธยุทธโธปกรณ์ มีความพร้อมอยู่แล้ว และมั่นใจว่าพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน รวมถึงฝ่ายทหารยังคงมีความเชื่อมั่นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันของฝ่ายทหารทั้ง 2 ประเทศ ที่กำลังเป็นไปด้วยดีและต่างมีข้อตกลงร่วมกันที่จะไม่สร้างสิ่งที่จะนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงหรือขัดแย้งระหว่างกัน เนื่องจากที่ฝ่ายมาหน่วยทหารในพื้นที่ทั้ง 2 ประเทศยังมีการพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันทุกอาทิตย์อยู่แล้ว

พม่ายอมเปิดด่านให้คนข้ามไป - มาแต่ห้ามขนสินค้าเข้า

 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังทางการพม่า ปิดด่านพรมแดนไทย - พม่า บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย - พม่า แม่สอด - เมียวดี บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด  ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้  (12 ก.ค.) ทางการพม่าจังหวัดเมียวดี ตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จังหวัดตาก ยอมเปิดด่านพรมแดนแม่สอด - เมียวดี ที่บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย - พม่า แล้ว แต่ให้เฉพาะคนสัญจรไปมาได้ และรถยนต์โดยสารพม่าสามารถข้ามไปมาได้เท่านั้น ส่งผลให้นักธุรกิจไทย รวมทั้งชาวไทย และชาวพม่า ต่างรีบข้ามไป - มา ในทันที เพราะยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์ และยังไม่มั่นใจว่า ฝ่ายพม่าจะเปิดด่านพรมแดนได้นานหรือไม่ เกรงว่า จะมีการปิดด่านอีก เพราะปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

 พ.อ.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนไทย - พม่า ส่วนท้องถิ่น แม่สอด - เมียวดี กล่าว ว่า ในเรื่องเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศนั้น มีความละเอียดมาก การทำพนังกันดินถล่มนั้น ควรที่มีการประสานงานกันก่อนในระหว่างหน่วยงานของไทย หรือ ถ้าเป็นไปได้ ควรทำพร้อมกันระหว่างฝ่ายไทย กับ ฝ่ายพม่า เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกัน