ข่าว

เวิลด์ คัพ แอฟริกัน สุขตามอัตภาพ

เวิลด์ คัพ แอฟริกัน สุขตามอัตภาพ

12 ก.ค. 2553

ผ่านไปด้วยดีสำหรับฟุตบอลโลกครั้งแรกในกาฬทวีป กับ "บาฟานา บาฟานา" แอฟริกาใต้ ที่แม้ว่าการจัดการแข่งขันอาจจะไม่ได้มาตรฐานสูงระดับยุโรป หรืออย่าง เกาหลีใต้ กับ ญี่ปุ่น แห่งทวีปเอเชียของเรา แต่ก็ถือเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันอย่างถึงที่สุดของชาวแอฟริกาใต้ทั้งช

 

 หลายเสียงจากผู้ได้สัมผัสฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้อาจจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ขาดความพร้อม และหากว่าประเทศไทยเรามีสนามใหญ่ๆ สัก 10 สนาม ก็น่าจะสามารถจัดมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแบบนี้ได้ แต่คนเหล่านั้นอาจจะไม่ได้ลงลึกไปถึงชาวแอฟริกาใต้อย่างแท้จริง ทุกวันนี้การเหยียดผิวอาจจะยังมีอยู่พอสมควรในประเทศนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าฟุตบอลโลกช่วยให้พวกเขามีความกลมเกลียวในชาติมากขึ้น
 นี่น่าจะเป็นประเด็นหลักที่ เซปป์ แบล็ตเตอร์ ตัดสินใจว่าฟุตบอลโลกต้องมีขึ้นในกาฬทวีปเป็นครั้งแรก และชาติที่เหมาะสมที่สุดต้องเป็นแอฟริกาใต้
 เจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ประจำโจเบิร์ก และพริทอเรีย ปักหลักอยู่เป็นเดือน มีความเห็นคล้ายคนทั่วโลกว่าประเทศนี้เกิดขึ้นเพราะเนลสัน แมนเดลา และฟุตบอลโลกครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะ แมนเดลา ล้วนๆ
 ชาติที่มีประชาธิปไตยเต็มใบชาตินี้ยังคงมีปัญหาเรื่องชนชั้น และต้องย้ำว่ามากกว่าบ้านเราเยอะ แต่สุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นจุดที่ทำให้พวกเขากลมเกลียวกันมากขึ้น
 "แอฟริกาใต้ เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติ จะว่าไปไม่ต่างจากไทยนัก มีพื้นที่ใหญ่กว่าไทยเท่าตัว แต่มีประชากรน้อยกว่ามาก แค่ 47 ล้านคน เป็นคนผิวสี (ผิวดำ) ร่วม 80 เปอร์เซ็นต์ จาก 11 เผ่าพื้นเมือง ส่วนที่เหลือเป็นฝรั่ง เอเชีย และชนชาติอื่น แรกเริ่มเดิมที ฮอลแลนด์ เข้ามายึดครองประเทศ ปักหลักที่แหลมกู๊ดโฮป หรือเมืองเคปทาวน์ ตอนหลังอังกฤษก็เข้ามาแทนที่ ปกครองอยู่นาน ตามนโยบายถนัด แบ่งแยกแล้วปกครอง ทำเงินโกยทรัพยากรไปมหาศาล ทั้งสัตว์ป่า ป่าไม้ แร่ธาตุ โดยเฉพาะเหมืองทอง โกลด์ รีฟ ซิตี้ กองดินที่ผ่านการขุดร่อนทอง ทุกวันนี้สูงกว่าภูเขา เห็นเด่นชัดอยู่ใกล้กับสนามซอคเกอร์ ซิตี้"


  "แต่แล้วฟ้าก็ส่งเด็กผิวดำมาเกิดในยุคที่คนขาวจากลอนดอนเป็นใหญ่คับประเทศคนอื่น เขาชื่อ เนลสัน แมนเดลา คนนี้ ประวัติศาสตร์โลกบันทึกไว้แล้ว หลังจากเรียนจบกฎหมาย เนลสัน ทำงานการเมือง ต่อต้านการเหยียดผิว จนถูกจับ โดนจองจำที่เคปทาวน์นาน 27 ปี จนในที่สุด ก็พ้นคุก และยกเลิกการเหยียดผิวได้สำเร็จ เขาเถลิงอำนาจเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของประเทศ พร้อมกับได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ"
 "เนลสัน คือซูเปอร์ฮีโร่ของชาติ ไม่ต่างจาก คานธีของอินเดีย หรือโฮจิมินห์ของเวียดนาม" เจ้าพระยาท่าพระจันทร์กล่าวอย่างมีอารมณ์ร่วม
  ขณะที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับฟุตบอลโลกที่เคปทาวน์ ด้วยความอนุเคราะห์ของ "พี่ปู๋" ศราวุธ ดิษยวรรธนะ ผู้จัดการกิจกรรมพิเศษและกีฬา บริษัท ไทยน้ำทิพย์ ทำให้ได้เห็นแอฟริกาใต้อีกมุมมอง เนื่องจาก เคปทาวน์ เป็นเมืองเดียวแห่งทวีปแอฟริกาที่มีคนขาวมากกว่าคนดำ
 เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่สวยงาม กฎหมายของแอฟริกาใต้เอื้ออำนวยให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นพวกยุโรปกลาง หรือสแกนดิเนเวียอย่าง เดนมาร์ก เข้ามาจับจองซื้อบ้านซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง จนทำให้ที่ดินในมุมสวยๆ ตกเป็นของชาวต่างชาติไปหมด ขณะที่คนท้องถิ่นไม่มีโอกาส ดีที่บ้านเรายังยับยั้งจุดนี้ได้ทัน


 นี่ยังเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงในเคปทาวน์ เมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของแอฟริกาใต้
 แต่เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นกับฟุตบอลโลกครั้งนี้ เคปทาวน์ กลับกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนขาวหรือคนดำ ต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แม้กระทั่งพวกมิจฉาชีพยังคงให้ความร่วมมือ เรื่องล้วงกระเป๋า หรืองัดห้องโรงแรม แทบจะไม่ปรากฏให้เห็น ไม่เหมือนที่โยฮันเนสเบิร์ก ที่ยังมีข่าวปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อยๆ
 เรื่องความพร้อมของเคปทาวน์ นอกเหนือจากสนามกรีนพอยท์ แล้วแทบจะไม่มีให้เห็น สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่หน้าสนามกรีนพอยท์ ยังปรากฏให้เห็น เพียงแต่รถไฟฟ้า และรางรถไฟยังไม่ได้สร้าง ได้แต่หวังว่าในอนาคตชาวเคปทาวน์ น่าจะมีรถไฟฟ้าได้ใช้กัน
 วันไหนที่มีเกมฟุตบอลโลกที่กรีนพอยท์ วิธีแก้ปัญหาการเดินทางสำหรับแฟนบอลที่ไม่ได้เช่ารถส่วนตัว คือการใช้สมองและ 2 ขา เนื่องจากเมืองนี้ใช้วิธีปิดถนนป้องกันรถติด รถอาจจะติดอยู่ขอบเมือง แต่ในเมืองไม่มีติด เพราะรถเข้ามาไม่ได้
 เรื่องการข้ามเมือง คงไม่ต้องพูดถึง หากไม่จองเที่ยวบินไว้ก่อนหมดสิทธิทันที ราคาถีบตัวสูงเกินเหตุ ทั้งที่มีรถทัวร์ รถไฟ ที่รัฐบาลพยายามจะให้แฟนบอลไปใช้กัน แต่จากชื่อเสียงของเซาท์ แอฟริกา ทำให้ไม่มีใครไปกล้าใช้ ทั้งๆ ที่เส้นทางรถไฟจากเคปทาวน์ ไปโจเบิร์ก มีบางช่วงวิ่งริมมหาสมุทรแอตแลนติก มีความสวยงามอย่างมาก


 ฟีฟ่า ยังคงปากแข็งว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นฟุตบอลโลกที่ประสบความสำเร็จ มีแฟนบอลเฉลี่ยเท่าไร กี่นัด ก็ว่าไป ทั้งๆ ที่มีหลายต่อหลายคนที่ซื้อตั๋วบอลไว้ แต่ไม่ได้ไปรับตั๋วที่แอฟริกาใต้ จากปัญหาการขึ้นราคาค่าใช้จ่ายแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนในโลกเช่นค่าที่พักจากคืนละ 400 บาท เป็นคืนละ 3,500 บาท ไม่อย่างนั้นเราคงไม่เห็นสนามว่างทั้งๆ ที่ตั๋วขายไปหมดแล้ว
 คนที่รู้ดีและเจ็บช้ำที่สุดก็ฟีฟ่านี่แหละ หลังจาก บราซิล ในปี 2014 ไป ฟีฟ่า รู้ดีแล้วว่าการเลือกเจ้าภาพจะมั่วเหมือนเดิมไม่ได้ และเจ้าภาพต่อจากนี้ไปน่าจะอยู่ที่ยุโรป ออสเตรเลีย หรือว่า เอเชียเรา อีกนานกว่าจะได้กลับไปที่แอฟริกาอีกครั้ง
 สุดท้ายทุกคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ฟุตบอลโลกครั้งแรกในแอฟริกาก็เป็นไปตามอัตภาพแบบนี้แหละ แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้คือ ฟุตบอลโลกครั้งนี้ช่วยทำให้แอฟริกาใต้ทั้งชาติมีความกลมเกลียวกันมากขึ้น

 จิตติ