ข่าว

แล้งคุกคาม 2 ตำบลวิกฤติ
เกษตรกรกั้นคลองวังรอรับน้ำจากชลประทาน

แล้งคุกคาม 2 ตำบลวิกฤติ เกษตรกรกั้นคลองวังรอรับน้ำจากชลประทาน

13 ก.ค. 2553

บุรีรัมย์-จังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้งทั้ง 23 อำเภอ หลังฝนทิ้งช่วงนานนับเดือน ต้นข้าวเริ่มแห้งตายหลายพันไร่ ล่าสุดเกษตรกร 2 ตำบลช่วยกันกั้นคลองส่งน้ำหวังรอรับน้ำที่ชลประทานเตรียมปล่อย

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ยังคงรุนแรงและอยู่ในขั้นวิกฤติ และจังหวัดยังคงประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งครอบคลุมทั้ง 23 อำเภอ เนื่องจากหลายพื้นที่ไม่มีฝนตกมานานกว่า 1 เดือน ต้นข้าวที่หว่านไว้เริ่มแห้งตายแล้วจำนวนหลายพันไร่ โดยเฉพาะที่บ้านม่วง บ้านไทรโยง ต.กระสัง บ้านปรุ บ้านบุ บ้านบัว บ้านดอนใหญ่ ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่มีการทำนาเป็นส่วนใหญ่

 ล่าสุดชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านใน 2 ตำบล ได้แก่ ต.กระสัง และต.บ้านบัว กำลังประสบปัญหาภัยแล้งฝนทิ้งช่วง ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่ได้ไถหว่านข้าวไปแล้วกว่า 1 หมื่นไร่ ช่วยกันนำดินและกระสอบใส่ดิน-ทราย มาปิดกั้นคลองส่งน้ำ บริเวณบ้านม่วง ต.กระสัง เพื่อเตรียมรองรับน้ำที่ทางชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์จะปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก มาช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประสบปัญหาภาวะฝนทิ้งช่วงในขณะนี้  หลังไปร้องขอความช่วยเหลือที่สำนักงานชลประทานบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตาม หากชลประทานไม่ปล่อยน้ำให้ หรือยังไม่มีฝนตกลงมาภายใน 2 สัปดาห์ ต้นข้าวของเกษตรกรที่หว่านไว้ก็จะแห้งตายเสียหายอย่างแน่นอน            

 นายชนินทร์ บ่วงรัมย์ เกษตรกร หมู่ 9 บ้านดอนใหญ่ ต.บ้านบัว ในฐานะประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำห้วยจระเข้มาก ชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่า น้ำจากทางชลประทานที่จะปล่อยมาให้ จะสามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ 10 หมู่บ้านใน 2 ตำบล อย่างไรก็ตาม เกรงว่าจะเกิดการแย่งน้ำของชาวบ้าน เพราะหากปล่อยน้ำผ่านหมู่บ้านใด ชาวบ้านก็จะกั้นไม่ให้น้ำไหลผ่านไปยังหมู่บ้านอื่น จึงเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.บ้านบัว ต.กระสัง และ ต.อิสาณ              
                                         
 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ชลประทานจังหวัดเข้าไปดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต่างๆ แล้วเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีฝนตกลงมาทำให้ประชาชนในบางพื้นที่สามารถทำนาได้แล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ฝนไม่ตก หน่วยงานต่างๆ ก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ

 "ขณะนี้ทางเกษตรจังหวัดอยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรที่ต้องเลื่อนการทำนาออกไปอีกเพื่อรอน้ำฝน ซึ่งหากรวบรวมแล้วเสร็จจะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวต่อไป" นายพีระศักดิ์ กล่าว