ข่าว

อียูอ่อนข้อบริษัทผลิตพืชจีเอ็มโอผ่อนกฎเข้มห้ามผลิต"แฟรงเก้นฟู้ดส์"

อียูอ่อนข้อบริษัทผลิตพืชจีเอ็มโอผ่อนกฎเข้มห้ามผลิต"แฟรงเก้นฟู้ดส์"

11 ก.ค. 2553

บรัสเซลส์-ผู้บริหารสหภาพยุโรปผ่าทางตันเปิดโอกาสให้รัฐบาลประเทศสมาชิกควบคุมการพัฒนาพืชตัดต่อพันธุกรรมได้โดยอิสระ เปิดช่องผู้ผลิตกระจายพืชจีเอ็มโอทั่วอียู

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (11 ก.ค.) ว่าคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) จะเสนอให้รัฐบาลประเทศสมาชิกอียูทั้ง 27 ประเทศ มีเอกเทศในการห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์พืชที่ผ่านกระบวนการตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็ม) แลกเปลี่ยนกับการผ่อนท่าทีต่อต้านข้อเสนอการผลิตพืชตัดต่อพันธุกรรมของกลุ่มบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านชีวภาพ เป็นการผ่าทางตันของความขัดแย้งในประเด็นเรื่องพืชตัดต่อพันธุกรรมในอียู

 นายมิวท์ ชิมฟ์ นักเคลื่อนไหวของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมเฟรนด์ ออฟ ดิ เอิร์ธ ยุโรป กล่าวโจมตีว่า แนวคิดของอีซีเป็นเรื่องไร้สาระและเป็นการเปิดกว้างให้พืชจีเอ็มโอหรือแฟรงเก้นฟู้ดส์ ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการแพร่กระจายไปทั่วยุโรป ทั้งยังเปิดช่องให้ธุรกิจผู้ผลิตสามารถฟ้องร้องรัฐบาลของประเทศที่ไม่ต้องการพืชจีเอ็มโอและสั่งห้ามการผลิตและจำหน่ายตามข้อเสนอของอีซี

 นายชิมฟ์ยังกล่าวด้วยว่า ข้อเสนอของอีซีไม่ได้ให้อำนาจรัฐบาลแต่ละประเทศในการห้ามพืชจีเอ็มโอโดยอาศัยข้อมูลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ในทางตรงกันข้ามข้อเสนอดังกล่าวกลับทำให้ประเด็นด้านจริยธรรมมีน้ำหนักน้อยลงไปอีกหากมีการหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาล

 ภายใต้กฎระเบียบอียูในปัจจุบัน ผู้ผลิตจะต้องยื่นคำขอผลิตพืชจีเอ็มโอไปยังคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตัวแทนจากแต่ละประเทศในอียู และต้องได้รับการลงมติเป็นเอกฉันท์ หากคณะกรรมการไม่มีมติเป็นเอกฉันท์ก็จะส่งให้รัฐมนตรีของอียูเป็นผู้ตัดสิน และหากยังตัดสินไม่ได้ก็จะส่งเรื่องเข้าอีซีในที่สุด

 ข้อขัดแย้งเรื่องพืชจีเอ็มโอในอียูเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ นับตั้งแต่บริษัทมอนซานโตขออนุมัติการผลิตข้าวโพดจีเอ็มโอพันธุ์มอน 801 เมื่อ 12 ปีที่แล้ว แต่พืชชนิดนี้ถูกห้ามนำเข้าประเทศออสเตรีย ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ลักเซมเบิร์ก และ โปแลนด์ และหลังจากนั้นก็มีการอนุมัติให้ผลิตมันฝรั่งตัดต่อพันธุกรรมของบริษัทบาฟในอียูได้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเท่านั้น ทั้งยังมีการลดพื้นที่ผลิตข้าวโพดจีเอ็มโอจาก 107,000 เฮกตาร์ ในปี 2551 เหลือ 95,000 เฮกตาร์ ในปีที่แล้ว