ข่าว

คลังเล็งเลิกลดหย่อน"แอลทีเอฟ"

คลังเล็งเลิกลดหย่อน"แอลทีเอฟ"

12 ก.ค. 2553

คลังเอาจริง ยกเลิกลดหย่อนแอลทีเอฟ ระบุช่วยคนรวยและบิดเบือนภาษี พร้อมหนุนเพิ่มแวตช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น อ้างมีเงินเข้าเป็นกอบเป็นกำ

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศค.อยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับรายจ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายรัฐบาลซึ่งเน้นเป็นรัฐสวัสดิการ และมุ่งหวังป้องกันผลกระทบต่อฐานะทางการคลัง โดยการพิจารณาจะต้องจัดทำในภาพรวมคือเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายส่วนใดบ้าง

 "แนวทางในขณะนี้ต้องเร่งปรับโครงสร้างภาษีที่ยังบิดเบือนและมีผลให้เป้าหมายการจัดเก็บไม่เป็นไปตามที่วางไว้ โดยเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งกำหนดอัตราการจัดเก็บแบบก้าว คือหากมีรายได้สูงก็ต้องจัดเก็บเพิ่มสูงขึ้นเพื่อนำมาให้รัฐบริหารจัดการและแบ่งปันผลประโยชน์ไปยังผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า แต่กลับพบว่าสิทธิการลดหย่อนต่างๆ ที่รัฐเสนอให้จำนวนมากได้บิดเบือนเป้าหมาย ผู้มีรายได้สูงกลับได้ลดหย่อนและมีผลให้เสียภาษีน้อยกว่าผู้มีรายได้น้อย จึงต้องพิจารณาในส่วนนี้อย่างจริงจัง" นายเอกนิติ กล่าว

 แนวทางหลักที่จะเร่งพิจารณาสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือ ค่าลดหย่อนที่ปัจจุบันมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งโดยรวมยังจำเป็นที่จะต้องคงไว้ แต่บางส่วน เช่น การซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) เป็นการหักลดหย่อนจำนวนมากและให้ประโยชน์แก่คนมีรายได้สูงมากกว่า จึงอาจต้องพิจารณา ซึ่งหากลดค่าลดหย่อนส่วนนี้ลงได้ ก็จะส่งผลให้รัฐสามารถนำรายได้ที่จัดเก็บได้เพิ่มไปลดอัตราการจัดเก็บรายได้จากเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินได้นิติบุคคลได้ ถือเป็นการชดเชยกัน

 สำหรับการเพิ่มรายได้อีกส่วนคือจัดเก็บเพิ่มจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่ปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ 7% ของมูลค่าสินค้าต่างๆ ซึ่งหากขึ้นภาษีส่วนนี้ 1% ก็จะจัดเก็บเพิ่มได้ 5 หมื่นล้านบาท โดยเวลาที่เหมาะสมที่ควรปรับขึ้นคือช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตามจะยกเลิกการลดหย่อนหรือเพิ่มแวตหรือไม่นั้นถือเป็นนโยบายรัฐบาลหรือฝ่ายการเมือง