ข่าว

คอป.เปิดสอบเหตุพฤษภาวิปโยคดึงต่างชาติร่วมทีม

คอป.เปิดสอบเหตุพฤษภาวิปโยคดึงต่างชาติร่วมทีม

11 ก.ค. 2553

คอป.เดินหน้าเปิดเวทีสาธารณะสอบสวนเหตุพฤษภาวิปโยค ดึงต่างชาติร่วมทีมด้วย ประชุมสมัชชา ครป. เลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ “บัณฑร อ่อนดำ” นั่งประธาน ครป. “ สุริยันต์ ทองหนูเอียด” รับหน้าที่เลขาธิการ พร้อมวางบทบาท ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนภาคประชาชนร่วมปฏิรูปการเมือ

 ที่ห้องริมสวน ชั้น 12 โรงแรมเมอร์เคียว ฟอร์จูน ถ.รัชดาภิเษกเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ค. นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้นัดประชุมคณะกรรมการ คอป.เพื่อร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดอำนาจหน้าที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานของคอป. รวมทั้งสรรหากรรมการ คอป.คนใหม่มาแทน นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ขอถอนตัวออกจากการเป็นกรรมการ คอป. ซึ่งภายหลังการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง

 นายคณิต พร้อมคณะกรรมการร่วมกันแถลงว่า การประชุมในวันนี้ ถือเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ เนื่องจากยังดำเนินการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีไม่แล้วเสร็จ แค่คาดว่า ภายในสัปดาห์หน้า คอป.จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นทางการ โดยภารกิจแรกที่จะเริ่มดำเนินการทันทีนั้น คือการตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 จากพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งบุคคล เอกสาร และวัตถุพยานจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุม องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศ และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อหาความจริงในมุมมองของ คอป.ว่า เหตุการณ์ความไม่สงบนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร  คาดว่าภายใน 4-6 เดือน จะมีรายงานฉบับแรกเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นต่อสาธารณะชนได้

 นายคณิต  กล่าวว่า ส่วนการสรรหากรรมการ คอป.คนใหม่มาแทนนายไพโพโรจน์ พลเพชร ซึ่งถอนตัวออกไปนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการทาบทามอยู่ อีกไม่นานคงได้ทราบกัน อย่างไรก็ตามแม้นายไพโรจน์ จะไม่สะดวกใจที่มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการ คอป. แต่นายไพโรจน์ก็ยังให้ช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานของคอป.ต่อไป

 ด้านนายสมชาย หอมละออ กรรมการ คอป. ซึ่งจะเป็นหนึ่งในผู้รับชอบงานตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 กล่าวว่า คอป.จะทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และแสวงหาเพิ่มเติมข้อเท็จจริงบางส่วนที่ขาดหายหรือไม่ตรงกัน ซึ่งในการทำงานจะมีการตั้งทีมงานซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ผู้มีประสบการณ์และชำนาญในด้านที่เกี่ยวข้องจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาร่วมวิเคราะห์พยานหลักฐาน และแสวงหาความจริงเพิ่มเติม รวมทั้งจะมีการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อรวมรวมข้อเท็จจริงจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสองฝ่ายและสื่อมวลชนมาร่วมให้ข้อมูล โดยที่รายงานฉบับแรกของ คอป.จะไม่มีการระบุว่าใครถูกใครผิดแบบการสอบสวนของตำรวจ แต่จะเป็นการบอกว่า ความจริงคืออะไร และมีส่วนเกี่ยวโยงให้เกิดความรุนแรงได้อย่างไร

 ขณะที่นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในกรรมการ คอป. กล่าวว่า เมื่อ คอป.มีสำนักงานของของตนเองอย่างเป็นทางการแล้ว จะมีการเผนแพร่ข่าวสารการดำเนินการของคอป.ให้สาธารณะชนทราบเป็นระยะ และที่สำคัญคือ อยากจะขอความร่วมมือนักข่าว-ช่างภาพ จากสื่อมวลชนทุกแขนงที่อยู่ในเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 ส่งข้อมูลหรือบอกเล่าข้อเท็จจริงที่พบเห็นในเหตุการณ์ให้กับ คอป. เพื่อที่จะได้นำไปให้ประกอบในการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งการให้ข้อมูลครั้งนี้จะไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ

บัณฑรคุมครป.คิดแนวปฏิรูปการเมืองเสนออานันท์

ที่ห้องประชุม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์กรมหาชน) ถ.นวมินทร์ 45 เมื่อเวลา 15.00 น. สมัชชาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ( ครป.) ประชุมคณะกรรมการเพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์แผนงานและสมัชชาคณะกรรมการชุดใหม่

 โดยการเลือกคณะกรรมการ ครป. ชุดใหม่ นั้นที่ประชุมลงมติเลือก นายบัณฑร อ่อนดำ นักวิชาการอาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน และหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เป็น ประธาน ครป. มี นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นายประวัติ บุญนาค นายบำรุง คะโยธา รองประธาน และนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด คณะทำงานปฏิรูปการเมือง กป.อพช.เหนือ และรักษาการเลขาธิการ ครป. ให้เป็นเลขาธิการ ครป. โดยมี น.ส.อารีวรรณ จตุทอง เป็นรองเลขาธิการ ฯ นอกจากนี้ที่ประชุม ยังได้ลงมติเลือกคณะกรรมการประจำภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ด้วย ขณะที่ มีนายศิริชัย ไม้งาม นายสาวิทย์ แก้วหวาน แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2 และนายสุริชัย หวันแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นที่ปรึกษา

 ทั้งนี้ภายหลังสมัชชา ครป. ได้ร่วมประชุม เพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์แผนงาน ตั้งแต่วันที่ 10 – 11 ก.ค.นี้ คณะกรรมการ ครป. ชุดใหม่ และ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการ ครป. ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ ต่อท่าทีและบทบาทของ ครป. ในสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน

 นายสุริยันต์กล่าวว่า ผลการประชุมสมัชชา ครป. มีความเห็นใน 2 เรื่อง 1. ท่าทีและบทบาทต่อสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจและสังคมในสถานการณ์ปัจจุบัน และ 2.การเสนอ “ ยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้านกับการรณรงค์ประชาธิปไตยภาคประชาชน ” เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศอันเกิดจากการกระทำของนักการเมืองที่สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่งเสริมการสร้างเครือข่ายประชาชนให้มีความเข้มแข็ง สร้างประชาธิปไตยที่เป็นธรรมและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การปกป้องประโยชน์ของประชาชน

 นายสุริยันต์กล่าวถึงบทบาทในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันว่า จากปัญหาวิกฤติทางการเมือง ที่เกิดจากการใช้อำนาจรัฐของนักการเมือง และกลไกราชการ ที่ไม่สนองต่อประโยชน์ของประเทศประชาชน ครป.เห็นว่ามีความจำเป็นปฏิรูปการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของนักการเมือง และข้าราชการอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลไกองค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ ที่ผลงานผ่านมาถือว่าล้มเหลวเกือบสิ้นเชิง โดยจะต้องทบทวนเพื่อปฏิรูปกลไกใหม่ ที่ให้ภาคประชาชนการเข้าถึงเครื่องมือในการตรวจสอบและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 “เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเมืองใหม่ สร้างกลไกประชาธิปไตยที่แก้ปัญหาวิกฤติประเทศขณะนี้ได้ ครป.เห็นว่า จำเป็นต้องออกแบบการเข้าสู่อำนาจของนักการเมืองใหม่ ทั้งการปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมืองที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ ปฏิรูปสถาบันบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการอย่างรอบด้านรวมทั้งสร้างสถาบันทางเมืองของประชาชนที่ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่อำนาจทางการเมืองมากยิ่งขึ้น” เลขาธิการ ครป. กล่าว

 เลขาธิการ ครป. กล่าวว่า ขณะที่หากต้องมีแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เพื่อให้สอดคล้องการปฏิรูปการเมือง ก็จะต้องเริ่มต้นจากภาคประชาชน ด้วยการสรุปบทเรียนการใช้รัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา ทั้งกระบวนการยกร่างและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่ง ครป. เห็นว่า การปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้าง ความยากจนของประชาชนที่ยากไร้เพราะเข้าไม่ถึงสิทธิและโอกาสสังคม จะต้องเชื่อมโยงถึงการใช้อำนาจของนักการเมือง ข้าราชการ กลุ่มทุนทั้งภายในและทุนข้ามชาติ และระเบียบกฎหมายที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นต้นตอสาเหตุของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความยากจนของประชาชน ที่เป็นวิกฤติของแผ่นดิน

 นายสุริยันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอ “ ยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้านกับการรณรงค์ประชาธิปไตยภาคประชาชน ” เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศอันเกิดจากการกระทำของนักการเมืองนั้น เพื่อต้องการลดอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม โดยให้มีตรวจสอบ ถ่วงดุลขององค์กรต่อสู้การเมืองภาคประชาชน ซึ่งต้องมีการติดตามและตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และการทำหน้าที่นิติบัญญัติของนักการเมืองการปฏิบัติหน้าที่ของราชการทุกระดับและการทำงานของกระบวนยุติธรรมและองค์กรอิสระ รวมทั้งการรณรงค์ปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย นโยบายให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ

 นายสุริยันต์ กล่าวว่า  ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการรับฟังความเห็นจากทุกส่วนและให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ต้องให้มีการเพิ่มอำนาจประชาชน โดยส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าสู่การใช้อำนาจรัฐอย่างทั่วถึงตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงส่วนกลาง ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้ถึงประชาชนอย่างแท้จริง รวมทั้งผลักดันให้มีการแก้ปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนทั้งปัญหาเฉพาะและนโยบาย และสร้างเข้มแข็งให้กับองค์กรประชาชน ให้สามารถพึ่งตนเองและมีอำนาจในการจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษาและวัฒนธรรม

 นายสุริยันต์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ภายใน 6 เดือน ครป. จะดำเนินการให้คณะกรรมการแต่ละภาค รวบรวมประเด็นทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จากเสียงของประชาชนทุกพื้นที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์และสรุปเพื่อผลักดันสู่การแก้ รธน. ต่อไป ควบคู่ไปกับการปฏิรูปการเมืองใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจะนำเสนอคณะกรรมการชุดของนายอานันท์ ปันยารชุนต่อไป

 ขณะที่นายบัณฑร กล่าวว่า สำหรับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ฯ ไม่ว่าชุดของนายอานันท์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ นายแพทย์ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ที่รัฐบาลตั้งขึ้นจะน่าเชื่อถือหรือไม่ เราจะรอดูการนำเสนอพิมพ์เขียวที่ ครป. จะรวบรวมข้อมูลเสนอให้คณะกรรมการ ฯ ซึ่งการตั้งคณะกรรมการคือ การทำให้เชื่อว่าจะฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริง แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ครป. และภาคประชาชน ก็จะเดินหน้าผลักกดดันการปฏิรูปที่เป็นเสียงของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป