ข่าว

 มันจะไปกันใหญ่...แล้วกระมัง? (1)

มันจะไปกันใหญ่...แล้วกระมัง? (1)

25 มี.ค. 2552

ตอนที่ขึ้นร่างแรกของบทความตอนนี้ ผมตั้งชื่อว่า มันจะบ้ากันใหญ่...แล้วกระมัง ? ตอนอ่านทวนในร่างที่สองก็ยังอยากใช้ชื่อนี้อยู่ จนถึงร่างสุดท้ายก่อนส่งต้นฉบับ เริ่มรู้สึกว่าอาจฟังดูไม่สุภาพจึงเปลี่ยนเป็น มันจะไปกันใหญ่ อย่างที่เห็นนั่นแหละ... ดูดีกว่ากันเยอะ

ที่ต้องตั้งชื่อเหมือนสติแตก เพราะเห็นการทำงานของกรมธนารักษ์ ในระยะหลังๆ แล้วทนไม่ไหวจริงๆ หน้าที่ของกรมนี้ มีหลักๆ ก็เพียง 4 ประการ 1.ดูแลด้านที่ราชพัสดุ 2.ดูแลด้านเหรียญกษาปณ์และบริหารเงินตรา 3.ดูแลด้านทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน และ 4.ดูแลด้านการประเมินราคาทรัพย์สิน

 ล่วงปี 2547 คณะรัฐมนตรียุคนั้นมีมติให้จัดสร้าง ศูนย์ราชการริมถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์เต็มที่ จึงมีมติให้กระทรวงการคลัง ต้นสังกัดของ กรมธนารักษ์ ตั้งรัฐวิสาหกิจชื่อ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ดูแลการสร้างศูนย์ราชการดังกล่าว กรมธนารักษ์จึงมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่ง ที่ถูกใจผมจริงๆ

 ผมเคยหงุดหงิดกับการที่รัฐบาลชุดนั้น เที่ยวเช่าอาคารใหญ่ๆ ของพรรคพวกตัวเองเป็นที่ทำการของกระทรวง หรือ กรม บางกรมมาแล้ว รู้สึกเสียดายที่เอาเงินหลวงไปจ่ายให้เอกชน เคยคิดแบบโง่ๆ ว่า หากเอาเงินค่าเช่าแต่ละเดือน มาเป็นค่าก่อสร้างอาคารให้ส่วนราชการต่างๆ บนที่ดินของหลวง คงประหยัดเงินงบประมาณได้โขทีเดียว แต่ก็ไม่รู้ว่ามีหน่วยงานใดรับผิดชอบมาก่อน เพิ่งรู้ว่าเป็นหน้าที่ของ ธพส.นี่แหละ จึงอยากให้กรมธนารักษ์ “จับ” งานด้านนี้ให้เต็มที่ครับ

ส่วนเรื่องที่ทำให้ผมต้องอุทานออกมาว่า มันจะบ้า... เอ๊ย มันจะไปกันใหญ่ ก็เรื่องที่กระทรวงการคลังจะขอเงินจากรัฐบาลประมาณ 1 พันล้านบาท มาให้กรมธนารักษ์นำไปดำเนินโครงการบ้านมั่นคงใน 229 ชุมชน ในที่ดินของราชพัสดุนั่นแหละ อยากขอร้องว่าเลิกล้มโครงการเถอะครับ แค่คิดก็โง่แล้วครับ มันไม่ใช่กงการอะไรของกรมธนารักษ์เลยครับ ทำไปก็ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นเขาเปล่าๆ
ขนาดการเคหะแห่งชาติ ที่มีหน้าที่โดยตรง ยังมีบ้านเอื้ออาทรเหลือบานเบอะ ผมเพิ่งอ่านคอลัมน์ ReOrganize in Crisis ในกรุงเทพธุรกิจ จบหมาดๆ จึงรู้ว่า มีบ้านเอื้ออาทรเหลือกว่าแสนหลัง ต้องใช้เวลาราว 3 ปีจึงจะขายหมด นี่ขนาดมืออาชีพยังเจ๊งไม่เป็นท่า แล้วกรมธนารักษ์เก่งมาจากไหนหรือ ?

หากกระทรวงการคลังต้นสังกัดกรมธนารักษ์ จะอ้างว่าทำตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้กรมธนารักษ์ดูแลผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่ของตัวเอง ทำไมกรมธนารักษ์ไม่ประสานงานกับการเคหะแห่งชาติ แล้วใช้เงินของกรมธนารักษ์ขอซื้อบ้านเอื้ออาทรมาสนองนโยบายรัฐบาลล่ะครับ
ทำไมต้อง “แบมือ-ถือกะลา” ไปขอเงินจากรัฐบาลเหมือนหน่วยงานอื่นๆ มาถลุง เอ๊ย มาสนองด้วยเล่า แบบนี้ภาษาชาวบ้านร้านตลาดเขาว่า ทะลึ่งไม่เข้าเรื่องนะครับ ไปหาที่ดินราชพัสดุ มาสร้างอาคารให้กระทรวงที่ยังไม่มีอาคารทำการของตัวเองดีกว่ามั้ย รับรองว่าไม่มีวันขาดทุนแน่นอน
ผมน่ะเคยทักท้วงกรมธนารักษ์ ที่ชอบ (แส่) หาเรื่อง ด้วยการไปจัดสรรที่ดินให้ชาวไร่ชาวนาเช่า เพียงเพื่อจะจัดตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ คณะกรรมการอำนวยการกลางในการบริหารจัดการอะไรสักอย่างมาหนหนึ่งแล้ว แต่ก็เหมือนเอาไม้ซีกไปรันขี้ เอ๊ย เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงครับ 
จะรบกวน คุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง ก้มลงไปมองกรมธนารักษ์ดูบ้างก็เกรงใจครับ ท่านสูงปานนั้น หากต้องก้มลงไป คงต้องก้มมากทีเดียวจึงจะมองเห็น - ฮา 

แต่ถึงยังงั้นก็น่าจะก้มไปดูนะครับ จะได้เห็นว่า คนของท่านกำลังจะบ้า เอ๊ย จะไปกันใหญ่แล้วครับ

 

ภาณุมาศ ทักษณา