ข่าว

คลังเล็งปรับโครงสร้างภาษีอุดรายจ่ายดึงรายได้แวต-บุคคล-สรรพสามิตลดภาระหนี้

คลังเล็งปรับโครงสร้างภาษีอุดรายจ่ายดึงรายได้แวต-บุคคล-สรรพสามิตลดภาระหนี้

11 ก.ค. 2553

ไอเอ็มเอฟถกสมาชิกเตรียมรับมือปัญหาหนี้สาธารณะ ชมไทยบริหารจัดการได้ดี แต่ติงระวังปัญหาเงินเฟ้อแนะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้าน สบน.แจงคลังเล็งปรับโครงสร้างภาษีหารายได้เสริมทั้งมูลค่าเพิ่ม บุคคลธรรมดาและสรรพสามิต

 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ สศค.อยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างภาษี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสอดคล้องกับรายจ่ายภาครัฐบาลจากนโยบายของรัฐต่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อฐานะทางการคลัง โดยภาษีที่กำลังดูคือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งปัจจุบันเสียในอัตราก้าวหน้า แต่กลับพบว่าไม่ใช่อัตราก้าวหน้าที่แท้จริง จากการให้สิทธิลดหย่อนทางภาษีต่างๆ ที่เกิดขึ้นและพบว่าคนรวยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ จึงต้องมาดูให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นอัตราก้าวหน้าที่แท้จริง

 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงการประชุมองค์กรผู้จัดการหนี้ของแต่ละประเทศที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่ประเทศสวีเดน โดยมีกลุ่มประเทศจากยุโรปและเอเชียเข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นในกรีซและอีกหลายประเทศในยุโรป รวมถึงหารือกันถึงภาพรวมของเศรษฐกิจโลก ที่ขณะนี้มีการเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม

 "ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมีการพูดถึงการบริหารหนี้ของแต่ละประเทศ ซึ่งหลายประเทศก็ชี้แจงว่ารัฐบาลพยายามถอนการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้เกิดภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น รวมทั้งไทยด้วย แม้ว่าจะยังไม่สามารถลดลงได้ในทันที แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะไม่มีนโยบายที่ต้องใช้เงินเพิ่มเติมอีก" นายจักกฤศฏิ์ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ทางไอเอ็มเอฟมองว่าประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ยังมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในระดับต่ำ และไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการหนี้ รวมทั้งประเทศไทยที่ยังสามารถดูแลบริหารจัดการได้ดี แต่มองว่าประเทศเอเชียอาจประสบกับปัญหาเงินเฟ้อและน่าเป็นห่วงหากมีปัญหาเงินทุนไหลออก จึงอยากให้ระมัดระวังการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นนโยบายการคลัง โดยเฉพาะนโยบายภาษี ซึ่งของไทยเอง ทาง สบน.ได้ชี้แจงว่ากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการรายได้ รายจ่ายและการก่อหนี้ให้เกิดความสมดุลกันกับนโยบายรัฐบาลในระยะต่อไป หากจะมีการใช้เงินเพื่อดูแลกลุ่มคนด้อยโอกาสที่กำลังจะดำเนินการในระยะยาวก็จะต้องมีแผนหารายได้เข้ามาเพิ่ม เช่น การปรับโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งการเพิ่มภาษีชนิดใหม่ๆ อย่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไทยปรับลดอัตราลงมานานแล้ว รวมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีสรรพสามิตในสินค้าบางประเภทด้วย